วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

WHA

WHA โชว์กำไรปี 55 โต 285% เตรียมบินโรดโชว์สิงค์โปร์ มีนาคมนี้
              WHA ประกาศผลประกอบการปี 55 โดดเด่น มีกำไร 213.29 ล้านบาท เติบโต 
285%  ด้านผู้บริหาร  'นายแพทย์สมยศ อนันตประยูร' ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่
บริหาร มั่นใจปีนี้ ยังโตไม่หยุดยั้งรับการขยายตัวของเงินลงทุนต่างชาติ พร้อมเดินหน้าแผนการลง
ทุนต่างประเทศ เตรียมโรดโชว์ประเทศสิงคโปร์  มีนาคมนี้    
              นายแพทย์สมยศ อนันตประยูร ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 
ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ผู้นำด้าน Built to Suit คลังสินค้า – 
ศูนย์กระจายสินค้า และโรงงานระดับพรีเมี่ยม เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานปี 2555 บริษัทฯ มี
รายได้ 2,213.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 821.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้  
240.18 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานตามปกติ 213.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 
285 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 55.40 ล้านบาท (โดยไม่รวมกำไร
จากรายการพิเศษ ซึ่งเป็นผลจากการควบรวมกิจการ โดยเป็นการปรับโครงสร้างการถือหุ้นของ
บริษัทย่อย จึงส่งผลให้บริษัทฯมีอัตรากำไรสุทธิของปี 2554  เพิ่มขึ้น จำนวน 350.08 ล้านบาท) 
             ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 4/2555 บริษัทฯ มีรายได้ 132.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 
25.87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 105.14 ล้านบาท และเปรียบเทียบกับ
รายได้ไตรมาส 3/2555 เพิ่มขึ้น 38.59% ที่มีรายได้ 95.49 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 24.65 
ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.99% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2555 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 14.94 ล้านบาท
              สำหรับผลการดำเนินงานที่เติบโตโดดเด่นนั้นมาจากความต้องการเช่าพื้นที่คลังสินค้า
และศูนย์กระจายสินค้าที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด รวมถึงการขายสินทรัพย์เข้า
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม แฟคทอรี่แอนด์แวร์เฮ้าส์ ฟัน
ด์ (WHAPF)                  
              ส่วนการขยายธุรกิจในปี 2556 นั้น นานยแพทย์สมยศ กล่าวว่า บริษัทฯ ยังมั่นใจว่าจะมี
อัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องรับกับการขยายตัวของเงินลงทุนของต่างชาติ ที่ยังยกให้ประเทศ
ไทยเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  โดยปัจจุบันมีกลุ่มลูกค้าที่ถือเป็นยักษ์ใหญ่
ในอุตสาหกรรมหลายรายแสดงความต้องการที่จะให้บริษัทฯ สร้างคลังสินค้าและศูนย์กระจาย
สินค้าแบบ Built to Suit ซึ่งคิดเป็นพื้นที่รวมกันมากกว่า 2 แสนตารางเมตรแล้ว
              อย่างไรก็ตาม ภายในเดือนมีนาคมนี้ บริษัทฯเตรียมตัวที่จะเดินทางไปนำเสนอข้อมูลให้
กับนักลงทุนสถาบัน ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นการเดินทางร่วมกับทางบริษัทหลักทรัพย์ภัทร  ซึ่ง
ทุกครั้งที่บริษัทฯ ได้รับเชิญให้ไปพบกับนักลงทุนต่างชาติจะได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่อง
จากได้เห็นลูกค้าของบริษัทฯ ทุกรายจะเป็นยักษ์ใหญ่ระดับโลก อาทิ กลุ่มผู้ผลิตและจัดจำหน่าย
สินค้าอุปโภค DKSH (Thailand) , Kao(Thailand) , Johnson & Johnson , Unilever 
(Thailand) , DSG International (Thailand) , BJC , Chanel (Thailand) , Central 
Retail Corporation and Minor Food หรือกลุ่มลูกค้าผู้ให้บริการโลจิสติกส์ อาทิ  Kuehne 
& Nagel , Kerry Logistic (Thailand), LF Logistics, Hitachi Transport System 
(Thailand), APL Logistics (Thailand) รวมถึงกลุ่มลูกค้าผู้ผลิตและโรงงานอุตสาหกรรม 
อาทิ  Mazda Sales (Thailand) , Primus International Bangkok , Ducati 
(Thailand) , Dena


WHA ทุ่มงบ 400-500 ลบ. สยายปีกลงทุนต่างประเทศ  คาดปี 57 เริ่มดำเนินธุรกิจ 
 นายแพทย์สมยศ อนันตประยูร ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 
ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่าบริษัทฯ เตรียมใช้งบลงทุน
จำนวน 400-500 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดิน รองรับการลงทุนในต่างประเทศ โดยคาดว่าในปี 2557 
จะเริ่มดำเนินธุรกิจได้  เพราะในขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาว่าจะเลือกลงทุนใน
ประเทศใด ระหว่างประเทศเวียดนามและฟิลิปปินส์ 
 นอกจากนี้บริษัทฯ อาจต้องใช้พันธมิตรท้องถิ่นในการลงทุนครั้งนี้ด้วย เนื่องจาก
กฎเกณฑ์ของแต่ละประเทศมีความต่างกัน โดยบริษัทฯ คาดว่าหากได้ข้อสรุปในการก่อสร้างโรง
งาน คงจะใช้เวลา 1 ปี ในการก่อสร้างโรงงานและหลังจากนั้นจะทำให้บริษัทฯ เริ่มรับรู้รายได้จาก
การลงทุนดังกล่าว 
 ' คาดว่าปีหน้าจะได้เห็นบริษัทฯ ออกนอกประเทศ เพราะขณะนี้กำลังศึกษาข้อมูลและ
ส่วนหนึ่งมีลูกค้าที่เวียดนามและฟิลิปปินส์ให้ความสนใจ ส่วนเงินลงทุนคาดว่าจะใช้ 400-500 
ล้านบาท ในการซื้อที่ดินและก่อสร้างโรงงาน ' นายแพทย์สมยศ กล่าว 
 นอกจากนี้บริษัทฯ ยังตั้งเป้ารายได้ในปีนี้เติบโต 30% จากปีก่อนที่ทำได้ 2,213 ล้าน
บาท และคาดว่ากำไรจะเติบโต 30% เช่นกัน เนื่องจากความต้องการเช่าพื้นที่คลังสินค้าและศูนย์
กระจายสินค้ายังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าบริษัทต่างชาติที่ต้อง
การขยายการลงทุนและประเมินว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 
 ' บริษัทฯ คาดว่ากำไรในปีนี้จะเติบโตได้ เนื่องจากบริษัทฯ ได้กำไรจากค่าเช่าคลัง
สินค้า รวมถึงกำไรที่ได้จากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน โดยในปีนี้บริษัทฯ คาดว่าจะมีพื้นที่
จำนวน 600,000 ตารางเมตร ซึ่งบริษัทฯ คาดว่าจะนำเข้าขายในกองทุนอสังหาริมทรัพย์จำนวน 
100,000 ตารางเมตรต่อปี จึงช่วยทำให้บริษัทฯ มีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น ' นายแพทย์สมยศ
กล่าว 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น