วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

SSI


แสงซินโครตรอนสุดเจ๋ง! พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์เหล็กรีดร้อน ด้าน SSI เผยสร้างมูลค่า
เพิ่มกว่า 30 ล้านบาทต่อปี

              SSI ประสบความสำเร็จปรับปรุงการผลิตเหล็กรีดร้อนชนิดม้วนด้วยเทคโนโลยีแสง ซิ
นโครตรอน แก้ปัญหาการเกิดลายไม้ในผลิตภัณฑ์เหล็กลดจากร้อยละ 10 เหลือเพียงร้อยละ 3 
เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ได้กว่า 30 ล้านบาท  เผยเป็นหนึ่งในโครงการความร่วมมือระหว่าง สถาบัน
วิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จ.นครราชสีมา 
กับ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้ทำงานวิจัยร่วมกันระหว่างปี 2553-2556 
เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่  

               นายสุนทร วสันต์เสรีกุล ผู้จัดการทั่วไป สำนักเทคโนโลยีกลุ่มบริษัท ด้านเทคโนโลยี
ปฏิบัติการ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ เปิดเผยว่า ตามที่เอสเอส
ไอได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงทางวิชาการ กับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนในปี 2553 ทำการ
วิจัยเพื่อภายใต้โครงการ “แสงซินโครตรอนกับกระบวนการปรับปรุงผลิตภัณฑ์เหล็กรีดร้อน” นั้น
ผลการวิจัยร่วมประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี บริษัทสามารถลดของเสียที่ไม่สามารถส่งมอบให้
ลูกค้าได้  ที่สำคัญกว่าคือการแก้ปัญหาครั้งนี้นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ เรียกว่า 
เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนประเภทปรับผิวและเคลือบน้ำมัน หรือ “Clean Strip” ที่สร้างมูลค่า
เพิ่มให้ทั้งแก่บริษัทและลูกค้า ซึ่งคุณภาพของผิวแผ่นเหล็กไม่เป็นปัญหาในการใช้งานอีกต่อไป 
ลูกค้าสามารถนำไปใช้ได้ทันทีในสำหรับงานที่ต้องการคุณภาพผิวเหล็กสวยพิเศษ เช่น งานชุบ
สังกะสี พ่นสี หรือ ทดแทนเหล็กแผ่นรีดเย็น”
              นายสุนทรกล่าวว่าในกระบวนการผลิตเหล็กรีดร้อนชนิดม้วน หลังการใช้กรดกัดทำความ
สะอาดผิวของแผ่นเหล็กก่อนชุบน้ำมันและทำการม้วนเป็นแผ่นเหล็กรีดร้อนพร้อมส่งจำหน่ายนั้น 
พบว่า แผ่นเหล็กรีดร้อนบางส่วนมีลายคล้ายลายไม้ (Wood Grain) ปรากฏขึ้น ลายไม้ที่เกิดขึ้นนี้
พบประมาณร้อยละ 10 ของการผลิตเหล็กรีดร้อนทั้งหมด และเป็นปัญหาต่อการนำเหล็กรีดร้อนนี้
ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ต่อไป   เอสเอสไอพบปัญหานี้มาตั้งแต่ปี 2547 ทำให้สินค้าบาง
ส่วนที่พบลายไม้ต้องขายในราคาที่ต่ำลง ทางบริษัทพยายามแก้ไขปัญหา และวิจัยถึงสาเหตุ แต่ไม่
สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงได้ จึงนำสมมุติฐานของสาเหตุมาปรึกษากับทางสถาบันวิจัยแสงซิ
นโครตรอน และนำไปสู่การวิจัยเพื่อแก้ปัญหาจนประสบผลสำเร็จดังกล่าว 
            “ผลการวิเคราะห์ทั้งหมดดังกล่าว ทำให้ทราบคุณลักษณะเฉพาะของลายไม้และสาเหตุที่
เกิดลายไม้ขึ้น  นำไปสู่การปรับปรุงกระบวนการผลิตเหล็กรีดร้อน ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้อัตราการเกิด
ลายไม้บนพื้นผิวเหล็กรีดร้อนลดลงอย่างเห็นได้ชัด  สำหรับการแก้ปัญหาในครั้งนี้ได้ดำเนินการใน
ระดับการผลิต เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2555 และเริ่มติดตามผลตั้งแต่เดือน กรกฎาคม ถึง 
ธันวาคม 2555 พบว่า ปัญหาการเกิดลายไม้ลดลงรวมจากร้อยละ 10 เหลือเพียงร้อยละ 3 โดย
ประมาณ คิดเป็นมูลค่าของผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นได้ประมาณ 30 ล้านบาท”
            ดร.วุฒิไกร บุษยาพร นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน 
(องค์การมหาชน) จ.นครราชสีมา กล่าวว่า “เราได้ร่วมกันทำการวิเคราะห์ปัญหาโดยใช้แสงซินโค
รตรอนด้วยเทคนิค X-PEEM  ณ ระบบลำเลียงแสง 3.2b และเทคนิค PES  ณ ระบบลำเลียง
แสง 3.2a สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) จ.นครราชสีมา ซึ่งเทคนิคดังกล่าวเป็น
การรวมเทคนิคในการดูภาพขนาดเล็กเหมือนกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนทั่วไป กับเทคนิคการ
วิเคราะห์โครงสร้างของธาตุองค์ประกอบบนพื้นผิวด้วยแสงซินโครตรอนเข้าด้วยกัน ทีมวิจัยได้พบ
สาเหตุหลักของการเกิดลายไม้ มาจากความขรุขระมากกว่าปกติในบริเวณลายไม้ซึ่งเป็นผลมา
จากกระบวนการรีดร้อน และตรวจพบการตกค้างของธาตุคาร์บอนบริเวณรอยต่อของลายไม้กับ
บริเวณปกติ เนื่องมาจากเหล็กรีดร้อนมีการเจือธาตุคาร์บอนเข้าไปในเนื้อเหล็กเพื่อเพิ่มความ
แข็งแกร่งของเหล็ก เมื่อเหล็กดังกล่าวถูกรีดให้เป็นแผ่นบางที่อุณหภูมิสูง ธาตุคาร์บอนจึงเดินทาง
ขึ้นมาอยู่ที่พื้นผิวโดยเฉพาะบริเวณรอยต่อของพื้นผิวที่มีความขรุขระและพื้นผิวปกติ ทำให้รอยต่อ
ของทั้งสองบริเวณนี้มีความเข้มของลายไม้จากการสังเกตด้วยตาเปล่ามากกว่าบริเวณอื่นๆ
             ผู้จัดการทั่วไป สำนักเทคโนโลยีกลุ่มบริษัทด้านเทคโนโลยีปฏิบัติการ เอสเอสไอกล่าว
เพิ่มเติมว่า “บริษัทยังมีโครงการวิจัยพัฒนาเหล็กแผ่นให้มีความสามารถในการขึ้นรูปสูงกับทาง
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมชิ้นส่วน ขณะนี้
โครงการคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 50 ทั้งนี้แสงซินโครตรอนนับเป็นเครื่องมือวิจัยทางเลือกใหม่ 
ที่เครื่องมืออื่นๆ ไม่สามารถตอบโจทย์ได้  โดยสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนมีทีมนักวิจัยผู้เชี่ยว
ชาญและเครือข่ายนักวิจัยที่กว้างขวางและครอบคลุมทุกสาขาอีกด้วย 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น