วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

RS มูลค่าเหมาะสม 7.30 บาท


บล.เกียรตินาคิน : RS แนะนำขาย มูลค่าเหมาะสม (คงเดิม) 7.30 บาท

ราคาหุ้นสะท้อนความคาดหวังในอนาคตแล้ว ปรับคำแนะนำเป็น “ขาย” 
กำไร 4Q55 ลดลง 27% QoQ แต่เติบโตกว่า 52% YoY
           RS รายงานกำไรงวด 4Q55 อยู่ที่ 55 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย และลดลง 27% 
QoQ เนื่องจากธุรกิจโชว์บิซถูกเลื่อนกำหนดการแสดงออกไป ทำให้รายได้ส่วนนี้ลดลง 64% 
QoQ รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริการเพิ่มขึ้น 46% QoQ คาดว่าเกิดจากค่าใช้จ่าย
โบนัสพนักงานรวมทั้งการตัดต้นทุนบางส่วนของธุรกิจเพย์ทีวี “RS Sport Laliga” อย่างไรก็
ตาม หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อุตสาหกรรมสื่อโฆษณาได้รับผลกระทบทางอ้อมจาก
เหตุการณ์น้ำท่วม กำไรงวด 4Q55 จะเติบโตถึง 52% YoY รวมทั้งปี 2555 RS มีกำไร 281 
ล้านบาท เติบโต 34% YoY ทั้งนี้ RS ประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 2H55 จำนวน 0.15 บาท/หุ้น 
(XD วันที่ 8 มี.ค. จ่ายปันผลวันที่ 8 พ.ค.)

ช่องฟรีทีวีดาวเทียมแนวโน้มเติบโตแข็งแรง แต่ช่องเพย์ทีวียังน่ากังวล
            ปี 2556 ธุรกิจทีวีดาวเทียมยังคงเป็นตัวผลักดันการเติบโตหลักของ RS จากการปรับขึ้น
อัตราค่าโฆษณากว่า 100% เมื่อปลายปีก่อน เราคาดว่ารายได้จากธุรกิจทีวีดาวเทียมจะเติบโต
ถึง 89% YoY เป็น 1 พันล้านบาท ทำให้รายได้รวมเติบโต 25% YoY เป็น 3.5 พันล้านบาท 
อย่างไรก็ตาม เรายังคงมีความกังวลว่าธุรกิจเพย์ทีวี RS Sport Laliga (เปลี่ยนเป็น Sun 
Channel เดือน มี.ค. 56) จะเป็นตัวฉุดผลประกอบการโดยรวมหลังจากปีที่แล้วทำผลงานได้ต่ำ
กว่าเป้า รวมทั้งการแข่งขันในปีนี้จะมีความรุนแรงมากขึ้น เราจึงคาดกำไรปี 2556 ของ RS 
อย่างอนุรักษ์นิยมเติบโตเพียงราว 19% YoY

ประเมินมูลค่าเหมาะสม 2 กรณี Conservative และ Aggressive
            นับตั้งแต่ต้นปี 2556 ราคาหุ้น RS เพิ่มขึ้นกว่า 90 – 100% YTD เราประเมินว่า
เป็นการซื้อขายบนความคาดหวังการเติบโตอย่าง Aggressive ตามเป้าหมายการเติบโตของผู้
บริหาร RS ที่คาดว่ารายได้จะเติบโตกว่า 40% เป็น 4 พันล้านบาท สูงกว่าที่เราประมาณการ ดัง
นั้น เราจึงประเมินมูลค่าเหมาะสมเป็น 2 กรณี คือ (1) Conservative (ตามประมาณการเรา) 
ได้มูลค่าเหมาะสมเท่ากับ 7.30 บาท และ (2) Aggressive (ตามประมาณการผู้บริหาร RS 
บวกโอกาสจากดิจิตอลทีวี) ได้มูลค่าเหมาะสมเท่ากับ 14.50 บาท ทั้งนี้ เราเชื่อว่ามูลค่า
เหมาะสมกรณีที่ 1 มีความเป็นไปได้มากกว่า

ราคาหุ้นสะท้อนความคาดหวังสูง ในขณะที่ยังมีความไม่แน่นอน
           แม้เราจะยังเชื่อว่า RS มีโอกาสเติบโตอย่างโดดเด่นจากธุรกิจทีวีดาวเทียม และมีโอกาส
ได้ประโยชน์จากการเกิดดิจิตอลทีวีในปี 2556 แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนในหลาย
ปัจจัย เช่น ธุรกิจเพย์ทีวีอาจเป็นตัวฉุดผลประกอบการโดยรวมในปี 2556 รวมทั้งการเกิดดิจิตอล
ทีวียังไม่มีความชัดเจน เป็นต้น นอกจากนี้ ราคาหุ้น RS ในปัจจุบันสูงกว่ามูลค่าเหมาะสม 
(Conservative) ที่เราประเมินกว่า 35% เราจึงเปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ขาย” ทำกำไร (จาก
เดิม “ถือ”)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น