วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

GFPT ราคาพื้นฐาน 9.00 บาท


บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : GFPT แนะนำซื้อ ราคาพื้นฐาน 9.00 บาท อิงกับ P/E ปี 56 ที่ 14 
เท่า

ฟื้นตัวดีขึ้นในปี 56
           • กำไรสุทธิ 1Q56 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 20-25%QoQ นำโดยกำไรของธุรกิจอาหารสัตว์ที่
ดีขึ้น
           • ผลประกอบการจะดีขึ้นชัดเจนใน 2H56 หลังสายการผลิตไก่แปรรูปที่ 3 ของ GFN เริ่ม
ผลิตเชิงพาณิชย์ได้ใน 3Q56
           • คาดบริษัทจะมีกำไรสุทธิดีขึ้นเป็น 797 ล้านบาทในปี 56 จาก 41 ล้านบาทในปี 55
           • แนะนำซื้อลงทุน โดยให้ราคาพื้นฐาน 9 บาท

             กำไรสุทธิ 4Q55 เท่ากับ 95 ล้านบาท...ดีกว่าคาด และเป็นกำไรสุทธิไตรมาสเดียวของ
ปี 55 (ไตรมาส 1-3 ขาดทุนสุทธิรวมกัน 54 ล้านบาท) และทำให้ทั้งปีพลิกเป็นกำไรสุทธิได้ 41 
ล้านบาท ปัจจัยหนุนผลประกอบการ 4Q55 คือ ยอดขายที่เพิ่มขึ้น 17%YoY และ 10%QoQ 
เป็น 4.3 พันล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 7.3% จาก 5.7-6.8% ในช่วง 1Q-
3Q55 อย่างไรก็ตาม ยังต่ำกว่าใน 4Q54 ที่ 12.3%
             โครงสร้างรายได้ปี 55 ประกอบด้วย รายได้จากธุรกิจฟาร์ม 22% (ไก่สดขายให้ GFN 
20%, ลูกไก่ 2%), ธุรกิจอาหาร 43% (ส่งออกโดยตรง 16%, ส่งออกโดยอ้อม 10%, ขาย By 
Product ในประเทศ 14%, ผลิตภัณฑ์แปรรูป ไส้กรอก ลูกชิ้น 3%), ธุรกิจอาหารสัตว์ 35% 
(อาหารสัตว์บก 17%, อาหารกุ้ง 12%, อาหารปลา 6%) 
             ธุรกิจไก่ในประเทศยังอยู่ในช่วงการปรับสมดุลระหว่างอุปสงค์กับอุปทาน ช่วงเดือน
ม.ค.56 มีกำไรดีจากราคาไก่ที่ขยับขึ้นหลังอุปทานอ่อนลงเป็น 24 ล้านตันต่อสัปดาห์ แต่ในเดือน
ก.พ.ราคาไก่อ่อนลงจากการที่มีอุปทานของผู้ประกอบการรายเล็กเข้ามาเพิ่มเป็น 25-26 ล้านตัว
ต่อสัปดาห์ ทำให้ราคาไก่หน้าฟาร์มร่วงลงมาเป็น 36-38 บาทต่อกก. ซึ่งเป็นระดับแค่คุ้มทุนของ
บริษัทสำหรับเดือนมี.ค.56 ราคาอยู่ในเกณฑ์ทรง-อ่อนลงเล็กน้อย สำหรับภาพรวมทั้งปี 56 คาด
ว่าธุรกิจไก่ในประเทศจะยังอยู่ในช่วงของการปรับความสมดุลระหว่างอุปสงค์กับอุปทาน ยังผลให้
ราคาผันผวน ทั้งนี้จุดเสี่ยงของธุรกิจไก่คือ อายุการเลี้ยงสั้นมากเพียง 42 วัน ทำให้อุปทานเพิ่ม
ขึ้น-ลดลงได้ง่าย รวมทั้งหากญี่ปุ่นอนุญาตให้นำเข้าไก่สดแช่แข็งจากไทย ก็อาจทำให้มีการเพิ่ม
ปริมาณการเลี้ยงตามความคาดหวังว่าไทยจะส่งออกไก่ไปญี่ปุ่นได้มากขึ้น ซึ่งทำให้อุปทานเพิ่ม
ขึ้นและกดดันราคาในประเทศให้อ่อนลงราว 3-4 เดือนก่อนที่จะฟื้นตัวตามอุปสงค์ที่ดีขึ้น
             ธุรกิจไก่ส่งออกขยายตัวตามปริมาณการส่งออกที่สูงขึ้น คาดว่าปริมาณส่งออกใน 1Q56 
จะอ่อนลง 15%QoQ เป็น 5 พันตันจาก 5.9 พันตันใน 4Q55 แต่เพิ่มขึ้น 60%YoY เพราะฐาน
การส่งออกของ 1Q55 ต่ำเพียง 3.1 พันตัน ราคาขายเฉลี่ยเพิ่ม 5% จาก 4.0 พันล้านดอลลาร์
สหรัฐต่อตันใน 4Q55 เป็น 4.2 พันดอลลาร์สหรัฐต่อตันใน 1Q56 (ราคาเฉลี่ยของไก่แปรรูปและ
ไก่สดแช่แข็งถ้าดูเฉพาะราคาไก่แปรรูปราคาจะขึ้นจาก 4.3 เป็น 4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อ
ตัน) โดยโครงสร้างตลาดส่งออกเป็นสหภาพยุโรป(52%) ญี่ปุ่น (41%) และอื่นๆ (7%) แนวโน้ม
ทั้งปี 56 คาดว่าจะไปได้ดี โดยสมาคมส่งออกไก่ไทยคาดการณ์ว่าปริมาณส่งออกไก่ของไทยในปี 
56 จะเท่ากับ 6.2 แสนตัน (ไก่แปรรูป 76% ไก่สด 24%) เพิ่มขึ้นจาก 5.385 แสนตันในปี 55 
(ไก่แปรรูป 84% ไก่สด16%) โดยส่วนเพิ่มหนึ่งมาจากการส่งออกไก่แช่แข็งไปสหภาพยุโรปได้
มากขึ้นและเต็มปี จากปี 55 ที่ส่งออกไปจริงประมาณ 5 เดือน
              ธุรกิจอาหารสัตว์ทำกำได้ดีขึ้นในปี 56 เราคาดว่าจะเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้ดีที่สุดของ 
GFPT ในปี 56 เนื่องจากราคาอาหารสัตว์ทยอยปรับขึ้น 3% ตั้งแต่ 4Q55 และเพิ่มขึ้นอีก 2% 
ใน 1Q56 ขณะที่แรงกดดันเรื่องต้นทุนวัตถุดิบข้าวโพดและปลาป่นน้อยลงในช่วง 1Q56 อย่างไร
ก็ตาม ปริมาณขายอาหารปลาและกุ้งใน 1Q56 จะลดลงตามฤดูกาล (ตามปกติปริมาณขายอาหาร
ปลาและกุ้งจะสูงสุดใน 3Q และต่ำสุดใน 1Q) ส่วนปริมาณขายอาหารสัตว์บกจะไม่ค่อยมีปัจจัย
เรื่องฤดูกาลเข้ามากระทบ สำหรับสัดส่วนการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ของ GFPT จะเป็นข้าวโพด
ประมาณ 40%, กากถั่วเหลือง 20% และปลาป่น 20% ผลประกอบการ GFN จะฟื้นตัวใน 
2H56 จากการที่ราคาไก่ในประเทศยังผันผวนทำให้ผลประกอบการของ GFN ในช่วง 1H56
ยังน่าจะขาดทุนเพราะบริษัทมีการขายไก่สดบางส่วนในประเทศด้วย แต่เมื่อสายการผลิตแปรรูป
ที่ 3 แล้วเสร็จในช่วง 3Q56 ก็จะนำไก่ที่ขายในประเทศมาแปรรูปส่งออก ยังผลให้จะเริ่มคุ้มทุน 
และคาดว่าจะทำกำไรได้ตั้งแต่ 4Q56 เป็นต้นไปผลกระทบจากค่าเงินบาทในระยะสั้นไม่มาก 
เนื่องจากบริษัทมีการทำประกันความเสี่ยงไว้ทั้งหมด แต่ในระยะกลาง-ยาวจะถูกกระทบหากเงิน
บาทยังคงแข็งค่าเพราะรายได้ส่งออกที่แปลงเข้ามาเป็นเงินบาทน้อยลง อย่างไรก็ตาม GFPT มี
รายได้จากการส่งออกโดยตรงและโดยอ้อมรวมกันประมาณ 26% ขณะที่มีการนำเข้ากากถั่ว
เหลืองทั้งหมดซึ่งคิดเป็น 20% ของต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์
            คาดว่ากำไรสุทธิ 1Q56 จะเพิ่มขึ้นประมาณ 20-25%QoQ โดยปัจจัยหนุนหลัก คือ มาร์
จิ้นของธุรกิจอาหารสัตว์ที่ดีขึ้น และผลประกอบการของธุรกิจไก่กระเตื้องขึ้นเล็กน้อยจะเห็นการ
ฟื้นตัวของกำไรสุทธิชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่ 3Q56 เป็นต้นไป หลังจากสายการผลิตไก่แปรรูปที่ 3 
ของ GFN เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ซึ่งทำให้ GFN จะพลิกจากขาดทุนเป็นคุ้มทุนและเริ่มทำ
กำไรได้ตั้งแต่ 4Q56 ประกอบกับไตรมาส 3 เป็น High season ของการส่งออก ซึ่งในปี 56 
การส่งออกไก่ไปยุโรปจะสูงขึ้น เพราะได้รับประโยชน์จากการส่งออกไก่แช่แข็งไปยุโรปได้เต็มปี 
ขณะที่การส่งออกไก่แช่แข็งไปญี่ปุ่นคาดว่าจะเกิดขึ้นได้ใน 2H56
             แนะนำซื้อ โดยประเมินว่าผลประกอบการปี 56 จะเริ่ม Turnaround เราคาดการณ์ว่า
กำไรสุทธิปีนี้จะเพิ่มเป็น 797 ล้านบาท จาก 41 ล้านบาทในปี 54 ให้ราคาพื้นฐาน 9 บาท อิงกับ 
P/E ปี 56 ที่ 14 เท่า (เทียบเท่า P/E ปี 57 เท่ากับ 9.3 เท่า) สำหรับเงินปันผลบริษัทงดจ่าย
สำหรับผลประกอบการปี 55 แต่คาดว่าจะกลับมาจ่ายปันผลสำหรับปี 56 คาดการณ์ Yield ไว้ที่ 
2.5%

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น