บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 22/02/56
Today's Selection > SVI, GL, BAY
Momentum Buy > KYE, SVI
Momentum Sell > DTAC, MILL
วันนี้คาดดัชนีฯ ยังปรับฐานตามตลาดหุ้นโลกต่อ
* ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ SET Index เคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวันตามตลาดหุ้น
ทั่วโลก โดยสิ้นวันดัชนีฯ ปิดตลาดที่ระดับ 1,528.74 จุด ลดลง 17.90 จุด (-1.16%) ด้วยวอลุ่ม
ซื้อขายหนาแน่น 60,365 ล้านบาท ทั้งนี้เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 716 ล้าน
บาท นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิต่อเนื่อง 1,015 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 768 ล้าน
บาท ขณะที่บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิเพียงรายเดียว 2,499 ล้านบาท
* เมื่อคืนนี้ (21 ก.พ.) ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ยังคงปิดลบต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 จากความ
กังวลที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะยุติโครงการซื้อพันธบัตรก่อน รวมทั้งนักลงทุนยังวิตก
กังวลเกี่ยวกับข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐฯ และ ยูโรโซน โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนีดาว
โจนส์ปิดที่ 13,880.62 จุด ลดลง 46.92 จุด (-0.34%) ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 1,502.42 จุด
ลดลง 9.53 จุด (-0.63%) และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 3,131.49 ลดลง 32.92 จุด (-1.04%) ส่วน
ตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี Stoxx 600 ปิดที่ 284.86 จุด ร่วงลง 1.5%
* ราคาสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปรับตัวลดลงหลังจาก 1) ดัชนี Flash PMI ของยุโรปที่ออก
มาต่ำกว่าคาด 2) การออกมาตรการยับยั้งการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ในจีน และ 3) รายงาน
การประชุม FOMC ที่คณะกรรมการเริ่มมีความเห็นที่ไม่สอดคล้องกัน
* กลุ่มประเทศยูโรโซนประกาศตัวเลข PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นประจำ
เดือนกุมภาพันธ์ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยภาคผลิตอยู่ที่ระดับ 47.8 เทียบกับนักวิเคราะห์
คาดที่ 48.5 ในขณะที่ภาคบริการอยู่ที่ระดับ 47.3 เทียบกับนักวิเคราะห์คาดที่ 49.0
* ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลงกว่า 3% หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีที่มีนายกฯ Wen
Jiabao เป็นประธาน ได้กระตุ้นให้เมืองต่าง ๆ ที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้นเร็วเกินไป มี
การออกมาตรการยับยั้งการเก็งกำไรในเวลาที่เหมาะสม ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์
โดยเฉพาะโลหะอุตสาหกรรมต่างปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
* หุ้นที่แนะนำในวันนี้ได้แก่
1) หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ซึ่งคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากมูลค่าการซื้อขายในระดับสูง
(เฉลี่ย 55,000 ล้านบาท/วัน นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา) ทำให้เราคาดว่ากำไรของหุ้นกลุ่มหลัก
ทรัพย์จะเติบโตประมาณ 2 เท่า ในปี 2556 นี้
2) หุ้นที่มี Low PBV และ High ROE ได้แก่ SVI, TCAP, TISCO, BCP, BBL,
BAY, TICON
* วันนี้เราออกบทวิเคราะห์ ROBINS (ถือ : เป้าหมาย 76 บาท)กำไรโตโดดเด่นตาม
คาด แต่ปัจจุบันมี Upside จำกัดแล้ว JAS (ซื้อ : เป้าหมาย 8 บาท) พื้นฐานแข็งแกร่ง ศักยภาพ
เติบโตอยู่ในระดับสูง
แนวรับ 1,519 แนวต้าน 1,538
ปัจจัยวันนี้ :
(-) บิ๊กล็อต CPALL : เช้านี้คาดจะมีบิ๊กล็อต CPALL 200 ล้านหุ้น (ราคาพาร์ 1 บาท)
คิดเป็น 2% ของทุนชำระแล้ว ที่ราคาระหว่าง 47-48 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 9.4-9.6 พันล้าน
บาท โดยเป็นการขายผ่าน บล. ยูบีเอส ทั้งนี้ราคาขายต่ำกว่าราคาปิดวานนี้ที่ 49.75 บาท คิดเป็น
ส่วนลดราว 3.7-6.0% ซึ่งแม้ว่าจะส่งผลเชิงลบทางจิตวิทยาต่อการลงทุนในวันนี้ แต่ไม่ได้กระทบ
ต่อพื้นฐานที่มีศักยภาพเติบโตดีต่อเนื่อง จึงถือเป็นโอกาสทยอยซื้อสะสม โดยยังคงมีราคาเป้า
หมายปี 2556 ที่ 56 บาท
(+) GL: ประกาศกำไรสุทธิสำหรับปี 2555 ที่ 357 ล้านบาท ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้
ก่อนหน้าที่ 356 ล้านบาท โดยรายได้ยังคงเติบโตเล็กน้อยจากไตรมาสที่แล้ว ขณะที่มีการปรับ
นโยบายการตั้งสำรองสำหรับลูกหนี้เพื่อสะท้อนการดำเนินธุรกิจ โดยเราเชื่อว่าในปี 2556 นี้ธุรกิจ
จะเติบโตจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ยังคงแนะนำ 'ซื้อ' ให้ราคาเป้าหมายที่ 106 บาท
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น