วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

บล.เอเซีย พลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน

บล.เอเซีย พลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 22/02/56 

กลยุทธ์การลงทุน 
              ถือได้ว่าแรงขายจากพอร์ตโบรกเกอร์ เป็นเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ SET Index 
วานนี้ปรับลดลงแรง ความเสี่ยงในประเด็นดังกล่าวยังคงมีอยู่ และยังต้องติดตามพฤติกรรมของ
นักลงทุนต่างชาติใกล้ชิด แนะนำให้ปรับพอร์ตโดยลดสัดส่วนหุ้นที่ปรับขึ้นมาใกล้ Fair Value 
อย่าง NBC และ PREB เลือก JAS (FV@B 8.20) และ BBL (FV@B 280) ซึ่งนักวิเคราะห์
ปรับเพิ่ม Fair Value เป็น Top Pick แทน
            					
ความเสี่ยงต่อสถานการณ์ในสหรัฐฯ และอิตาลี จะกดดันให้เกิดแรงขายทำกำไร
               วันทำการสุดท้ายของสัปดาห์ ก่อนเข้าช่วงวันหยุดยาวของตลาดหุ้นไทย (วันจันทร์ที่ 25 
ก.พ.หยุดเนื่องในวันมาฆบูชา) มีโอกาสที่จะเห็นแรงขายทำกำไรต่อเนื่องจากเมื่อวาน คล้ายกับ
ตลาดหุ้นทั่วโลก เนื่องจากความกังวลต่อความไม่แน่นอนของการใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย
ของสหรัฐฯ ซึ่ง FED อาจชะลอหรือหยุดใช้ QE 3-4 (วงเงิน 8.5 หมื่นล้านเหรียญฯต่อเดือน) เร็ว
กว่าเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้ ส่วนธนาคารกลางของประเทศอื่นๆ ไม่น่าจะอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ
เพิ่มเติมเช่นกัน ทำให้ปริมาณเงินที่ไหลเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์เสี่ยง จะค่อยๆลดลงไป 
นอกจากนี้ ตลาดยังมีความกังวลต่อกำหนดการตัดลดงบประมาณรายจ่ายมูลค่ากว่า 1 แสนล้าน
เหรียญฯของสหรัฐฯในสัปดาห์หน้า ล่าสุด ยังไม่เห็นสัญญาณบวกของการเจรจาเพื่อแก้ปัญหา 
เนื่องจากจุดยืนที่ต่างกันของสมาชิกสภาคองเกรส กล่าวคือ พรรคเดโมแครต พร้อมตัดลดรายจ่าย
เพียงบางส่วน และเรียกร้องพรรครีพับลิกันให้ขึ้นภาษีคนรวยเพิ่มเติม ทั้งๆที่ได้มีการขึ้นภาษีผู้มี
รายได้เกิน 4 แสนเหรียญฯต่อปี ไปแล้วช่วง ม.ค.2556 และอีกประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจ คือ 
การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีของประเทศอิตาลี (24-25 ก.พ.นี้) ซึ่งนักลงทุนมีความกังวลหาก นาย
ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี อดีตนายกฯและตัวเต็งในการเลือกตั้งรอบนี้ กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง จะ
กลับมาใช้นโยบายประชานิยมและใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐแบบเกินตัว ขัดต่อหลักวินัยทางการ
เงินที่รัฐบาลชุดปัจจุบันวางไว้ และอาจเป็นตัวเร่งทำให้วิกฤติหนี้สาธารณะของอิตาลีปะทุขึ้นมา
ได้  เพราะอิตาลีมีหนี้สาธารณะที่ครบกำหนดชำระภายในปี 2556 สูงถึง 3 แสนล้านยูโร คิดเป็น
สัดส่วนถึง 60% ของหนี้รวมของ 5 ประเทศในกลุ่ม PIIGS

พอร์ตโบรกเกอร์ขายสุทธิหนักกว่า 2.5 พันล้านบาท กดดัน SET Index วานนี้
             วานนี้ แม้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นเอเชียถึง 388 ล้านเหรียญฯ แต่ลดลงจากวันก่อน
หน้า 51% โดยประเทศที่ถูกซื้อสุทธิทั้งหมด 4 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ราว 275 ล้านเหรียญฯ 
(ลดลง 50%) อินโดนีเซียราว 78 ล้านเหรียญฯ (เพิ่มขึ้น 179%) ไทยพลิกกลับเป็นซื้อสุทธิราว 
24 ล้านเหรียญฯ และไต้หวันราว 14 ล้านเหรียญฯ (ลดลง 94%) ขณะที่ฟิลิปปินส์พลิกกลับเป็น
ขายสุทธิราว 4 ล้านเหรียญฯ ทั้งนี้ แนวโน้ม Fund Flow ในตลาดหุ้นไทย เชื่อว่า นักลงทุนต่าง
ชาติน่าจะมีการขายสุทธิต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือนนี้ แม้ว่า จะมีการสลับเข้ามาซื้อสุทธิในบางวัน 
แต่ยอดซื้อกลับไม่ได้สูงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ความเสี่ยงที่เข้ามาเพิ่มเติมสำหรับตลาดหุ้นไทย 
คือ แรงขายทำกำไรของพอร์ตโบรกเกอร์ สูงเกือบ 2.5 พันล้านบาท หลังจากการซื้อสุทธิรวมกว่า 
1.4 พันล้านบาทในช่วง 2 วันก่อนหน้า แรงขายวานนี้ กดดันให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงแรงถึง 
1.2% และเมื่อพิจารณายอดซื้อสุทธิสะสมของพอร์ตโบรกเกอร์ตั้งแต่ 26 พ.ย. 2555 พบว่า ยังมี
ค้างอยู่สูงถึง 6.3 พันล้านบาท มีโอกาสสูงที่จะมีแรงขายทำกำไรเพิ่มเติมจากนักลงทุนกลุ่มนี้ต่อ
เนื่องในช่วงถัดไป ขณะที่ตลาดฟิวเจอร์ส นักลงทุนต่างชาติเปิดสถานะ Short สุทธิต่อเนื่อง 4 วัน
ทำการกว่า 2.4 พันสัญญา ทำให้สถานะตั้งแต่ต้นเดือนเป็น Short สุทธิกว่า 4.5 สัญญา เทียบกับ
ช่วงเดียวกันของปี 2555 ที่ Short สุทธิเพียง 598 สัญญา 

EIA รายงานสต๊อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นสูงกว่าคาด กดดันราคาน้ำมันให้พักฐาน
              ราคาน้ำมันดิบโลก วานนี้ ปรับตัวลดลง หลังจากที่กระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) 
รายงานตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 4.1 ล้านบาร์เรล จากสัปดาห์ก่อนหน้า มากกว่าที่ผลสำรวจ
นักวิเคราะห์โดยบลูมเบิร์กที่ประเมินไว้ว่าเพิ่มเพียง 2 ล้านบาร์เรล ทำให้สต๊อกน้ำมันดิบใน
ปัจจุบันสูงถึง 376.4 ล้านบาร์เรล ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของสต๊อกน้ำมัน มาจากยอดการผลิตน้ำมันดิบ
ที่ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 7.12 ล้านบาร์เรลต่อวัน มากที่สุดตั้งแต่เดือนส.ค. 2535 ขณะเดียวกัน โรง
กลั่นน้ำมัน สามารถเดินเครื่องได้เพียง 82.9% ของกำลังการผลิต ต่ำสุดตั้งแต่เดือนมี.ค. ปีที่ผ่าน
มา คาดว่าเป็นผลมาจาก ฤดูกาลซ่อมบำรุง โดยปกติ โรงกลั่นมักจะพักการเดินเครื่อง ในช่วง
เดือนก.พ. ของทุกปี ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดที่ 92.8 เหรียญฯต่อบาร์เรล 
ลดลง 1.7% ขณะที่น้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 109.4  เหรียญฯต่อบาร์เรล ลดลงหนักถึง 2.3% อย่างไรก็
ดี แม้จะมีการปรับฐานหนักของราคาน้ำมัน แต่ระดับปัจจุบัน ยังคงสูงกว่าสมมติฐานที่นักวิเคราะห์
หุ้นกลุ่มพลังงานของ ASP ตั้งไว้ที่ 100 เหรียญฯต่อบาร์เรล จึงแนะนำทยอยซื้อสะสมเพื่อลงทุน
ใน PTT(FV@B420) และ PTTEP(FV@B188.7) ซึ่งยังมี PER ณ สิ้นปี 2556 ต่ำเพียง 10 
เท่า

ปรับพอร์ตการลงทุน โดยลด NBC และ PREB เพิ่ม BBL และ JAS เข้าไปแทน
              หุ้น PREB และ NBC ปรับตัวขึ้นมาบริเวณ Fair Value ที่ฝ่ายวิจัยกำหนดไว้อย่างรวด
เร็ว ซึ่งน่าจะทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 50% ในระยะเวลาอันสั้น ฝ่ายวิจัยจึง
แนะนำให้นักลงทุนลดสัดส่วนของหุ้นทั้ง 2 บริษัทในพอร์ตการลงทุนลงไป พร้อมกันนี้ได้เลือกหุ้น 
2 บริษัทที่น่าสนใจใส่เข้าไปแทน เริ่มจาก
             BBL (FV@B 280) แผนการลงทุน 2.27 ล้านล้านบาท สำหรับโครงสร้างพื้นฐานใน
ช่วง 7 ปีข้างหน้า รวมถึงการลงทุนในระบบบริหารจัดการน้ำอีกกว่า 3.5 แสนล้านบาท คาดว่าจะ
ใช้เงินกู้ประมาณ 70% และส่วนใหญ่เป็นการกู้ในประเทศ ถือเป็นปัจจัยที่สร้างโอกาสในการเติบ
โตของสินเชื่อให้กับ BBL ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2556 – 57 ของ BBL 
ขึ้น 7.8% และ  7.6% ตามลำดับ โดยการปรับลด Credit Cost ลงเหลือ 42bp จากเดิม 45bp 
เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของผู้บริหาร ส่วน Fair Value กำหนดที่ PBV 1.79 เท่า ให้มูลค่า
เหมาะสมที่ 280 บาท แนะนำ ซื้อ
             JAS (FV@B 8.2) ประกาศผลประกอบการงวดปี 2555 ออกมาสูงกว่าความคาด
หมาย ซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้
นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการกำไรในงวดปี 2556 และ 2557 ขึ้นเฉลี่ย 5% สำหรับขีดความ
สามารถในการสร้างรายได้ เชื่อว่าแผนการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ (FTTH ซึ่งใช้สายไฟเบอร์ 
แทนสายทองแดง) ที่มีความคืบหน้าตามลำดับโดยปัจจุบันเปิดให้บริการไปแล้ว 10 จังหวัด และ
จะเพิ่มเป็น 30 จังหวัดในระยะต่อไป ช่วยลดความกังวลในเรื่องของศักยภาพการแข่งขันในระยะ
ยาว ฝ่ายวิจัยกำหนด Fair Value ด้วยวิธี DCF ตามประมาณการใหม่ให้มูลค่าเหมาะสมที่ 
8.20 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 7.80 บาท แนะนำ ซื้อ

เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ 


อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น