บล.กรุงศรี : BCP มูลค่าพื้นฐานที่ 37 บาท (Sum-of-the-parts) แนะนำ “ถือ”
กำไรสุทธิ 4Q55 โตเพียง 7% QoQ แต่เติบโตโดดเด่น YoY
BCP รายงานกำไรสุทธิปี 55 เท่ากับ 4.3 พันล้านบาท (-24%YoY) เป็นผลจากกำไร
สต๊อกน้ำมันที่ลดลงเหลือ US$0.02/บาร์เรล (ปี 54 กำไรจากสต๊อกน้ำมัน US$2.7/บาร์เรล)
และระดับการกลั่นหดตัวเหลือ 74 พันบาร์เรล/วัน (-14%YoY) ตามการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นใน
2Q55 และเหตุเพลิงไหม้โรงกลั่นหน่วยกลั่นที่ 3 ใน 3Q55
เฉพาะกำไรสุทธิงวด 4Q55 เท่ากับ 1.1 พันล้านบาท (+7%QoQ, +105%YoY)
ตามคาด แม้ค่าการกลั่นรวมชะลอตัวเหลือ US$9.7/บาร์เรล (-55%QoQ, +47%YoY) ตามค่า
การกลั่นพื้นฐานที่ระดับ US$10.6/บาร์เรล (-24%QoQ, +88%YoY) และขาดทุนจากสต๊อก
น้ำมัน US$2.2/บาร์เรล แต่ได้แรงหนุนจากระดับการกลั่นที่เพิ่มเป็น 85 พันบาร์เรล/วัน
(+120%QoQ,-10%YoY) หลังโรงกลั่นหน่วยที่ 3 กลับมาผลิตตามปกติตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. 55
รวมถึงรับรู้ผลประกอบการธุรกิจโซล่าฟาร์ม เฟส 1 (ขนาด 44 เมกะวัตต์) เต็มที่ทั้งไตรมาส อีก
ทั้งบันทึกรายได้เงินประกันจากเหตุเพลิงไหม้โรงกลั่นหน่วยที่ 3 ในส่วนความเสียหายที่เกิดต่อ
ทรัพย์สิน (Property damage) จำนวน 310 ล้านบาท
คงประมาณการกำไรสุทธิปี 56
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 56 เท่ากับ 6.2 พันล้านบาท (+46%YoY) โดย
สมมติฐานปริมาณกลั่นน้ำมันเท่ากับ 108 พันบาร์เรล/วัน (+47%YoY) หลังจากโรงกลั่นหน่วย
ที่ 3 กลับมาดำเนินงาน (เดือน พ.ย. และ ธ.ค. 55 ระดับการกลั่นเข้าสู่ระดับปกติที่ 96 พัน
บาร์เรล/วัน และ 110 พันบาร์เรล/วัน ตามลำดับ) ขณะที่ค่าการกลั่นพื้นฐานอ่อนตัวเล็กน้อยเหลือ
US$7.8/บาร์เรล (-7%YoY) นอกจากนี้ ได้แรงหนุนจากโครงการโซลาร์ฟาร์ม เฟส 2 (ขนาด
50 เมกะวัตต์) เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปลาย 1Q56 และรับรู้รายได้เงินประกันเหตุเพลิงไหม้
ในกรณีความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เหลืออีก 500 ล้านบาท และส่วนที่ธุรกิจหยุดชะงักอีก 300
ล้านบาท
ลดคำแนะนำเป็น “ถือ” แม้ผลประกอบการขยายตัวเด่นสุดในกลุ่มแต่ราคาหุ้นเต็มมูลค่า
ราคาหุ้นสูงขึ้นอย่างโดดเด่นกว่า 73% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สอดคล้องกับแนวโน้ม
ผลประกอบการงวด 4Q55 และปี 56 ที่ขยายตัวต่อเนื่องตามระดับการกลั่นน้ำมันที่กลับสู่ระดับ
ปกติหลังเหตุการณ์เพลิงไหม้ รวมถึงการทยอยเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ของโครงการโซลาร์ฟาร์ม
ปัจจุบันถือว่าเต็มมูลค่าพื้นฐานของเราที่ 37 บาท (Sum-of-the-parts) แล้ว ปรับลดคำแนะนำ
จาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” โดยมีประเด็นบวกจากผลประกอบการปี 56 ที่เติบโตสูงถึง 48%YoY โดด
เด่นที่สุดในกลุ่มพลังงาน และผลตอบแทนเงินปันผลในอัตรา 4.6% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มพลังงาน
ที่ 4.1% (หมายเหตุ: บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการงวด 2H55 ในอัตรา
0.90 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทน 2% จากราคาปัจจุบัน ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 4 มี.ค.)
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น