บล.ทรีนีตี้ : BCH ราคาเป้าหมายที่ 13.10 บาท แนะนำซื้อเมื่ออ่อนตัว
กำไรโตตามคาด พร้อมประกาศจ่ายหุ้นปันผลสัดส่วน 4:1
ไตรมาส 4/55 กำไรเติบโต 41%YoY ส่งผลให้ทังปี 2555 โต 35%YoY ตรงคาด
ทั้งนี้ล่าสุดบริษัทประกาศจ่ายหุ้นปันผลในสัดส่วน 4 หุ้นเดิม : 1 หุ้นปันผล และจ่ายเป็นเงินสดปัน
ผลจำนวน 0.03 บาท /หุ้น โดยเรามีมุมมองเชิงบวกต่อการจ่ายหุ้นปันผลเพราะนอกจากช่วยเพิ่ม
สภาพคล่องซื้อขายหุ้นและเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นแล้ว ยังทำให้บริษัทเก็บเงินสดไว้เพื่อใช้
ลงทุนต่อยอดขยายธุรกิจ ร.พ. ตามแผนที่วางไว้ได้ โดยที่การจ่ายหุ้นปันผลไม่ได้กระทบต่อส่วนผู้
ถือหุ้น ส่วนปี 2556 แม้คาดกำไรทรงตัว เพราะต้องรับรู้ผลขาดทุนจาก WMC แต่จากภาพรวม
ธุรกิจ ร.พ. ไทยที่ยังมีศักยภาพโตดี อีกทั้ง ณ ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2556 ที่ 13.10 บาท มี
Upside 8% จึงแนะนำซื้อเมื่ออ่อนตัว
ปี 2555 เติบโตตรงตามคาด : ไตรมาส 4/55 BCH มีกำไรสุทธิ 227 ล้านบาท เติบโต
41%YoY แต่ลดลง 5%QoQ ตามผลฤดูกาล และเมื่อรวมกับกำไรช่วง 9M55 ทำให้ทั้งปี
2555 มีกำไรสุทธิ 910 ล้านบาท โต 35%YoY ตรงตามคาด ทั้งนี้ไตรมาส 4/55 ยังคงได้รับ
แรงหนุนจากรายได้ค่ารักษารวมที่โต 38%YoY แบ่งเป็น 1) รายได้ผู้ป่วยกลุ่มประกันสังคม
(คิดเป็นสัดส่วน 30% ของรายได้รวม) เติบโต 20%YoY จากผลของการปรับรูปแบบจ่ายเงิน
ของผู้ป่วยในจากเหมาจ่ายเป็นตามความรุนแรงของโรคตั้งแต่ต้นปี และ 2) รายได้ผู้ป่วยกลุ่มเงิน
สดโต 10%YoY จากมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นหลังเปิดศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยร้ายแรงและศูนย์โรค
หัวใจ อีกทั้งไตรมาส 4/54 ยังมีฐานรายได้และจำนวนผู้ป่วยต่ำเพราะมี 2 สาขาจากทังหมด 6
สาขาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม คือ สาขารัตนาธิเบศร์ และสาขาบางแค นอกจากนี้อานิสงค์
ของการปรับรูปแบบการจ่ายเงินของโครงการประกันสังคมและการเข้ามารักษาด้วยโรครุนแรงที่
เพิ่มขึน ยังทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นจาก 33.6% ในไตรมาส 4/54 เป็น 39.0% ส่วน
SG&A/Sales แม้จะสูงขึ้นจาก 7.1% ในไตรมาส 4/54 เป็น 11.5% จากขึ้นเงินเดือนบุคลากร
การเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์และค่าสาธารณูปโภค แต่ยังถูกชดเชยได้จากอัตราภาษีนิติบุคคล
ที่ลดเหลื่อ 23%
จ่ายปันผลทั้งเงินสดและหุ้น : BCH แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงิน
ปันผลจากกำไรช่วง 2H55 ในอัตรา 0.28 บาท/หุ้น แบ่งเป็น 1) จ่ายเป็นหุ้นปันผลในสัดส่วน 4
หุ้นเดิม : 1 หุ้นปันผล จำนวนไม่เกิน 498.75 ล้านหุ้น (ราคาพาร์ 1บาท) คิดเป็นอัตราจ่ายเงินปัน
ผล 0.25 บาท /หุ้น และ 2) จ่ายเป็นเงินสดปันผลจำนวน 0.03 บาท /หุ้นคิดเป็นเงินไม่เกิน
59.85 ล้านบาท โดยจะขึ้น XD วันที่ 7 พ.ค. และจ่ายปันผลทั้งเงินสดและหุ้นวันที่ 23 พ.ค.56 ทั้ง
นี้เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการจ่ายหุ้นปันผลเพราะนอกจากจะเป็นการช่วยเพิ่มสภาพคล่องซื้อขาย
หุ้นและเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นแล้ว ยังทำให้ BCH เก็บเงินสดไว้เพื่อใช้ลงทุนต่อยอด
ขยายธุรกิจ ร.พ. ตามแผนที่วางไว้ได้ (ทั้งปรับปรุงสาขาเดิมและพัฒนา ร.พ. แห่งใหม่) โดยที่การ
จ่ายหุ้นปันผลไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อส่วนผู้ถือหุ้น เพราะเป็นการโอนเอากำไรสะสมไปเป็นทุน
ชำระแล้วแทนในจำนวนที่เท่ากับมูลค่าของหุ้นปันผลที่จ่ายให้กับผู้ถือหุ้น เพียงแต่จะมี BVS และ
EPS หลังจ่ายหุ้นปันผลลดลง ตามจำนวนหุ้นที่มีเพิ่มขึ้น หรือเกิด Share Dilution Effect
20%
WMC ยังกดดันกำไร : ปี 2556 คาด BCH จะมีกำไรสุทธิ 906 ล้านบาท ทรงตัวจากปี
2555 เนื่องจากการเติบโตของผลกำไรในธุรกิจ ร.พ. 6 สาขาเดิม และอานิสงค์จากอัตราภาษี
นิติบุคคลลดเหลือ 20% เป็นปีแรก คาดจะถูกหักล้างด้วยการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น (เช่น ค่า
บุคลากร ค่าสาธารณูปโภค และดอกเบี้ยจ่าย) จาก ร.พ. ใหม่ (สาขาที่ 7) ที่แจ้งวัฒนะภายใต้ชื่อ
The World Medical Center (WMC) ซึ่งเปิดบริการแล้วในวันที่ 26 ม.ค.56 (คาดปี 56
WMC จะขาดทุนราว 100 ล้านบาทกว่าที่จะเข้าสู่จุดคุ้มทุนได้ในปี 2557)
เพิ่มคำแนะนำ ซื้อเมื่ออ่อนตัว : แม้เรายังคงประมาณการเดิม แต่จากภาพรวมธุรกิจ
ร.พ. ไทยที่ยังมีศักยภาพเติบโตดี โดยเฉพาะหลังเปิด AEC จึงปรับเพิ่ม Terminal Growth
Rate จากเดิม 3% เป็น 6% ส่งผลให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2556 (วิธี DCF เช่นเดิม) อยู่
ที่ 13.10 บาท ยังมี Upside 8% จึงปรับเพิ่มคำแนะนำจาก ถือ เป็น ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว
ทั้งนี้ Fair Value หลังขึ้น XD จะลดลงมาอยู่ที่ 10.50 บาท ตามจำนวนหุ้นที่มีเพิ่มขึ้น
ข่าว การลงทุนใน หุ้น จาก www.efinancethai.com (กด CTRL+F ค้นหาชื่อหุ้น) Click วันละครั้ง เพื่อสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้กับผู้ทำ Blog และขอขอบคุณสำหรับทุก Click ที่สนับสนุนค่ะ
วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
BCH ราคาเป้าหมาย 13.10 บาท
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น