วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 21/02/56

บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 21/02/56 

Today's Selection  > BBL, ROJNA, AMATA
Momentum Buy  > THCOM, LOXLEY, SCB
Momentum Sell > PSL, BGH

ดัชนีฯ คาดปรับฐานตามตลาดหุ้นโลก              
             * ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ SET Index ยังคงคึกคักอยู่ในแดนบวกตลอดทั้งวัน โดย
ระหว่างวันดัชนีฯ ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 1,547.33 จุด ก่อนที่จะปิดตลาดที่ระดับ 1,546.64 จุด 
เพิ่มขึ้น 14.57 จุด (+0.95%) ยังคงเดินหน้าทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ในรอบ 18 ปี ด้วยวอลุ่มซื้อ
ขายหนาแน่น 63,092 ล้านบาท ทั้งนี้เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาขายสุทธิ 357 ล้าน
บาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันกลับมาซื้อสุทธิ 1,372 ล้านบาท 
             * เมื่อคืนนี้ (20 ก.พ.) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 13,927.54 จุด ลดลง 
108.13 จุด (-0.77%) ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 1,511.95 จุด ลดลง 18.99 จุด        (-1.24%) 
และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 3,164.41 ลดลง 49.19 จุด (-1.53%) ขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์
สหรัฐฯ ยังปรับตัวแข็งค่าขึ้นสูงสุดในรอบ 3 เดือน หลังจากรายงานการประชุม Fed เมื่อวันที่ 29-
30 ม.ค. ที่ผ่านมา บ่งบอกว่า คณะกรรมการ FOMC เริ่มมีความเห็นที่ไม่สอดคล้องกันเกี่ยวกับ
โครงการการซื้อพันธบัตร โดยคณะกรรมการบางท่านเห็นควรให้มีการยืดหยุ่นปริมาณการซื้อ
พันธบัตรในแต่ละเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในช่วงนั้น ๆ
             * มุมมองของเรา: ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เริ่มปรับตัวแข็งค่าขึ้นตามที่เราคาด ที่สำคัญยัง
มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นได้อีกจากประเด็นการเลือกตั้งอิตาลีในวันที่ 24-25 ก.พ. นี้ ซึ่งเรามองว่าจะ
เป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงถัดไป
              * คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 6 ต่อ 1 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ย
นโยบายไว้ที่ระดับ 2.75% ตามที่เราคาด โดย กนง. ยังคงเน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านเสถียรภาพ
การเงินที่อาจเกิดขึ้นจากการเร่งตัวของสินเชื่อและหนี้ครัวเรือน ซึ่งเราคาดว่าเป็นเหตุผลหลักที่
ทำให้ กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้
             * ผลกระทบจากการคงอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ เราคาดว่าไม่น่าจะมีนัยสำคัญต่อการ
เคลื่อนย้ายของ Fund flow มากนัก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยแท้จริงของประเทศ ณ ขณะนี้อยู่ใน
ระดับที่ติดลบ สะท้อนจากอัตราผลตอบแทนตั๋วเงินคลังรัฐบาลอายุ 1 ปีที่หักด้วยเงินเฟ้อที่อยู่ใน
ระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในเอเชีย นอกจากนั้นเราคาดว่าแนวโน้มค่าเงินบาทในช่วง
ถัดไปไม่น่าจะปรับตัวแข็งค่าต่อจากนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ
              * วันนี้เราออกบทวิเคราะห์  BBL (ซื้อเมื่ออ่อนตัว : เป้าหมาย 234 บาท) Analyst 
Meeting : คาด Corp. และ SME ได้รับผลดีจากแนวโน้มศก.และการลงทุน    BANPU (ซื้อ : 
เป้าหมาย 456 บาท) กำไรสุทธิ 4Q55 1.5 พันล้านบาท..ปี 56 อ่อนตัวต่อเนื่อง คาดตลาดรับรู้
แล้ว 
                         แนวรับ 1,520 แนวต้าน 1,550

ปัจจัยวันนี้ :            
             (+) กลุ่มนิคมอุตสาหกกรรม (AMATA, HEMRAJ, ROJNA, TICON): ปีนี้กำไรกลุ่ม
นิคมฯ มีแนวโน้มทำจุดสูงสุดจากการรับรู้รายได้ยอดขายที่ดินในปี 2555 ที่มีการทำสัญญาสูงสุด
เป็นประวัติการณ์ นอกจากนั้นยังมีแนวโน้มว่าญี่ปุ่นจะย้ายฐานการผลิตรถยนต์มาที่ไทยมากขึ้น 
หลังเกิดกรณีข้อพิพาทกับจีน สำหรับประเด็นการลดสิทธิประโยชน์ BOI เรามองว่าถ้ามีจริง จะ
เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมบางกลุ่มที่ไม่ก่อให้เกิด Value added เท่านั้น และอาจไม่มีผลบังคับใช้
ได้ทันในปีนี้ 
             (+) กลุ่มธนาคารพาณิชย์ (BBL, SCB, KTB): การที่กนง.มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามที่
เราคาด ทำให้ลดความกังวลต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่จะมีผลกระทบต่อธ.พ.ขนาดใหญ่ จึงเป็น 
Sentiment เชิงบวกต่อการลงทุน

เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม 


อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น