วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

UAC

บมจ. ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอนด์ เคมิคัลส์
ณ วันที่ 21/02/56
ราคาตลาดที่    13.10     บาท
P/E              58.33      บาท
P/BV            12.17      บาท
ปีที่แล้วมีปันผล             
ธุรกิจ ธุรกิจขนาดกลางกิจขนาดกลาง

UAC โชว์กำไรสุทธิปี 55 โต 44 % เร่งต่อยอดธุรกิจตั้งเป้ารายได้ปี 58 แตะ 3 พันลบ.

               UAC โชว์กำไรงวดปี 55 เพิ่มขึ้น 44% อยู่ที่ 115 ลบ. เมื่อเทียบกับปีก่อน เหตุ
สามารถรักษาการบริหารในการจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ลงตัว ขณะที่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
และกรรมการผู้จัดการ “ กิตติ ชีวะเกตุ ” เร่งต่อยอดธุรกิจพลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มศักยภาพและ
มูลค่าเพิ่มให้บริษัทฯ ระบุ หากการขยายการลงทุนเป็นไปตามแผน มั่นใจรายได้ปี  58 แตะ 3 พัน
ลบ.   

              นายกิตติ ชีวะเกตุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัทยูนิเวอร์แซล 
แอดซอร์บเบ้นท์ แอนด์ เคมิคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ UAC  เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานปี 
2555 ว่า บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 
ขณะที่รายได้อยู่ที่ 812 ล้านบาท  ทั้งนี้สาเหตุที่บริษัทฯมีอัตราการทำกำไรเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผล
มาจากราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้  นอกจากนี้บริษัทฯยัง
สามารถบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงการรับรู้จากการบันทึกกำไร
จากโครงการไบโอดีเซล ซึ่งเป็นการลงทุนร่วมระหว่าง บมจ. บางจาก และ UAC ภายใต้
โครงการ บางจากไบโอฟูเอล จำกัด (BBF) และบริษัทฯ ยังได้รับค่าบริหารจัดการกรณีการเข้าไป
เป็นที่ปรึกษาการออกแบบด้านปิโตรเคมี  ซึ่งจากปัจจัยทั้งหมดดังกล่าวส่งผลให้บริษัทฯมีอัตรา
การทำกำไรเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
           “ ไตรมาส 4/55 บริษัทฯมีรายได้ 187 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 12 ล้านบาท ทั้งนี้ 
ยอมรับว่ารายได้ในปี 55 ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากเกิดปัญหาความล่าช้าในการ
ส่งสินค้าจากต่างประเทศ  จนส่งผลให้ต้องเลื่อนการส่งมอบงาน หรือผลิตภัณฑ์ออกไปเป็นปี 
2556 แทน “ นายกิตติ กล่าว 
           ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2556 นั้น นายกิตติ กล่าวว่า บริษัทฯ ประมาณการอัตราการ
เติบโตของรายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น 20-30% เมื่อเทียบกับปี 2555  โดยสัดส่วนรายได้จะมาจาก 
ธุรกิจเทรดดิ้ง,  การเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (Petroleum 
Production Project หรือ PPP) ที่จังหวัดสุโขทัย คาดว่าจะมีรายได้เข้ามา 150 -200 ล้าน
บาท  และ โรงงานผลิตก๊าซชีวภาพอัดความดันสูง (Compressed Bio-Methane Gas หรือ 
CBG) ซึ่งคาดว่าจะมีรายได้เข้ามาไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท
          นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังประมาณการรับรู้รายได้จากการร่วมลงทุน กับบมจ.ไฮโดรเท็ค ( 
HYDRO) ภายใต้การจัดตั้งบริษัทย่อย ในโครงการเกี่ยวกับการผลิตน้ำเพื่อจำหน่าย  โดยเบื้อง
ต้นคาดว่าจะรับรู้รายได้ เฉลี่ยปีละ 100 – 150  ล้านบาท พร้อมกันนี้ บริษัทฯ เตรียมที่จะเข้าไป
ลงทุนโครงการดังกล่าว ในประเทศพม่า เช่นเดียวกันซึ่งคาดจะสรุปความชัดเจนได้ภายในไตร
มาส 2/2556 นี้ 
          “ บริษัท ฯ ประมาณอัตราการเติบโต ปี 2556 ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 20-30%  โดยจะแบ่ง
เป็นสัดส่วนรายได้ จากธุรกิจเทรดดิ้ง (ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก) ประมาณ 75% และ อีก 25% จะเป็น
รายได้ของธุรกิจโรงแยกก๊าซ PPP และ โครงการ CBG ที่เข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทฯ
หลักจากนี้เป็นต้นไป  “ นายกิตติ กล่าว  
          นายกิตติ ยังได้กล่าว ถึงความคืบหน้าในโครงการ PPP ว่า  ในเบื้องต้นคาดว่าการก่อสร้าง
โรงงาน จะแล้วเสร็จเดือนภายในเดือนมีนาคม 2556 และคาดว่าจะดำเนินการผลิตก๊าซธรรมชาติ
ทั้ง CNG, LPG และ NGL ในเชิงพาณิชย์  และส่งมอบให้กับ บมจ.ปตท.(PTT) และลูกค้าอื่น ๆ 
ได้ภายในเดือน พฤษภาคม 2556 โดยมีกำลังการผลิต รวมประมาณ 19,681 ตันต่อปี   โดย
บริษัทฯจะรับรู้รายได้ จากโครงการดังกล่าวเฉลี่ย 250 ล้านบาทต่อปี ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นไป 
         ส่วนโครงการ CBG นั้น นายกิตติ กล่าวว่า  บริษัทฯได้รับการส่งเสริมจากกระทรวง
พลังงาน ในการขยายเพิ่มอีก 20 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการที่ ลงทุนเอง 10 โครงการ  อาทิ จ.
เชียงใหม่ 3 โครงการ , ลำปาง 3 โครงการ , เชียงราย 2 โครงการ, ลำพูน 1 โครงการ และอยู่
ระหว่างการพิจารณาอีก 1แห่ง ส่วนอีก 10 โครงการ จะเป็นการร่วมลงทุนกับพันธมิตร โดยคาด
ว่าจะลงทุน ที่ จ.ขอนแก่น 6 โครงการ และ จ.เลย 4 โครงการ โดยโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จ
ภายในปี2558  ซึ่งก็จะส่งผลให้บริษัทฯรับรู้รายได้เข้ามาเฉลี่ยประมาณ 1,200 ล้านบาทต่อปี   
           ในขณะที่ โครงการบางจากไบโอฟูเอล จำกัด (BBF)นั้น มีแนวโน้มที่จะขยายโรงงาน 
เพิ่มอีก 1 แห่ง ภายใน 2 ปีข้างหน้า  เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในกำลังการผลิต อีก 3 แสนลิตร /
วัน จากโรงงาน ปัจจุบัน มีกำลังผลิตอยู่ที่ 3.6 แสนลิตร/วัน 
            “ หากแผนการขยายการลงทุนสำเร็จ จะส่งผลให้ UAC มีอัตราการเติบโตตาม ตั้งเป้า
หมายที่วางไว้ว่า ภายในระยะ 3 ปีข้างหน้าบริษัทฯจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 30%  ซึ่งจะทำให้รายได้
ของบริษัทฯในปี2558 แตะ 3,000 ล้านบาท โดยจากการปรับสัดส่วนรายได้ของธุรกิจ จากเดิมที่
เน้นหนักไปทางเทรดดิ้ง(ธุรกิจหลัก) มาเป็นรายได้จากธุรกิจพลังงานทดแทน 60% และอีก 
40% จากมาจากธุรกิจหลักเดิม ” นายกิตติ กล่าว  


เรียบเรียง โดย อาภรณ์ สุภาพ 
อนุมัติ    โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 


อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น