วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

TTW

TTW รุกขยายธุรกิจน้ำประปาไปพม่า-ลาว-เวียดนาม-อินโดฯ กำลังผลิตรวม 1 แสน
ลบ./วัน ระบุ ในพม่าคาดได้ข้อสรุปใน Q2/56 
                  นายสมโพธิ ศรีภูมิ กรรมการผู้จัดการ บมจ.น้ำประปาไทย (TTW) เปิดเผยว่า 
บริษัทวางแผนขยายธุรกิจน้ำประปาในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่  
ลาว เวียดนาม พม่า และอินโดนีเซีย ภายในช่วง 5 ปีจากนี้ มีขนาดกำลังการผลิตรวม 1 แสน
ลบ.ม./วัน  โดยการลงทุนในเวียดนามและลาว บริษัทมีแนวทางจะเข้าไปลงทุนในลักษณะ
ซื้อกิจการบริษัทเอกชน ซึ่งมองว่าจะมีความเสี่ยงต่ำกว่าการเข้าไปวางระบบ หรือลงทุนเอง ใน
ขณะที่ฐานลูกค้าต่างๆ ก็มีอยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องเข้าไปเริ่มใหม่ 
                  ขณะที่ในพม่า ถือเป็นประเทศใหม่ที่บริษัทกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษา โดย
ได้เริ่มศึกษามาตั้งแต่กลางปี 2555 ที่ผ่านมา และในต้นเดือนมีนาคมนี้ ก็จะส่งทีมงานเข้าไป
อีกครั้งหนึ่ง เพื่อดูว่ารูปแบบการลงทุนควรจะเป็นแบบใด จะลงทุนเองทั้งหมด ทั้งเรื่องการวาง
ระบบ รวมไปถึงเรื่องค่าใช้จ่าย หรือจะเป็นเพียงเข้าไปพัฒนาและวางระบบให้กับทางรัฐบาล
พม่าเพียงอย่างเดียว เพราะในประเทศพม่าไม่เคยมีเอกชนลงทุนธุรกิจน้ำประปามาก่อน 
ขณะที่ความต้องการใช้น้ำประปาของประชาชนในพม่า มีความต้องการมากขึ้นและมีแนว
โน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  
                 ' สำหรับในพม่านั้น เนื่องจากไม่เคยมีเอกชนลงทุนธุรกิจน้ำประปา บริษัทจึง
ต้องลงทุนเอง โดยขณะนี้อยู่ขั้นตอนรวบรวมรายละเอียดเพื่อที่จะได้ข้อยุติภายในบริษัทที่
คาดว่าจะสรุปได้ในไตรมาส 2 นี้ เพื่อยื่นข้อเสนอหรือรูปแบบการดำเนินกิจการให้กับทางการ
พม่าต่อไป ซึ่งรูปแบบอาจผลิตกับจ่ายน้ำ หรือ ผลิตอย่างเดียว หรืออาจเป็นการผลิต จ่ายน้ำ
รวมถึงการเก็บค่าน้ำเอง ซึ่งเราได้เก็บข้อมูลมาตั้งแต่เมื่อกลางปี 55 แล้ว น้ำเป็นงานที่ภาครัฐ
ให้บริการ จึงขึ้นกับการตัดสินใจของภาครัฐ จากที่เราเข้าไปคุยทางการพม่าก็มีเจตนาจะเปิด
ให้เอกชนเข้ามาทำธุรกิจน้ำ อย่างไรก็ดีการเข้าลงทุนในพม่า บริษัทต้องคำนึงถึงกฎระเบียบที่
ทางการกำลังปรับปรุงอยู่ รวมถึงระบบการเงินการธนาคาร ซึ่งการทำธุรกิจในพม่าปัจจุบันใช้
เงินสดอย่างเดียวอยู่ รวมถึงความท้าทายเกี่ยวกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนท้องถิ่น 
ได้แก่ เงินจ๊าดของพม่า เงินด่องของเวียดนาม และเงินกีบของลาว' นายสมโพธิ กล่าว 
                เขากล่าวว่า นอกจากนี้ยังศึกษาที่จะเข้าไปลงทุนในเรื่องระบบน้ำที่ประเทศ
อินโดนีเซียด้วย เนื่องจากอินโดฯ เป็นประเทศใหญ่ มีประชากรจำนวนมาก และมีความต้อง
การใช้น้ำในปริมาณสูง เพราะฉะนั้นจึงเป็นประเทศเพื่อนบ้านอีกประเทศที่น้ำประปาไทย
สนใจ 



TTW เดินหน้าลุยทำโครงการพลังงานทางเลือก หวังเพิ่มสัดส่วนรายได้ใน 5 ปีจากนี้
เป็น 35% น้ำประปาเหลือ 65% พร้อมวางงบลงทุน 5 ปีจากนี้ที่ 2.38 หมื่นลบ.   
                 นายสมโพธิ ศรีภูมิ กรรมการผู้จัดการ บริษัทน้ำประปาไทย จำกัด (มหาชน) 
(TTW) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนรายได้ในส่วนของการลงทุนและพัฒนา
โครงการพลังงานทางเลือกมากขึ้น โดยคาดว่า 5 ปี จากนี้สัดส่วนรายได้ จากพลังงานทางเลือก
จะเพิ่มขึ้นเป็น 35% ของรายได้รวม ขณะที่รายได้จากน้ำประปาอยู่ที่ 65% จากปัจจุบันที่
โครงสร้างรายได้ของบริษัทจะมาจากธุรกิจน้ำประปา 95% และอีก 5% เป็นธุรกิจพลังงานทาง
เลือกและอื่นๆ อย่างไรก็ดีใน 5 ปีข้างหน้ารายได้หลักก็จะยังเป็นธุรกิจน้ำ เพียงแต่จะมีการ
กระจายไปยังธุรกิจอื่นๆ ด้วย เพื่อให้ดูกลมกลืนยิ่งขึ้นในแง่สัดส่วนทางธุรกิจ ถือเป็นการ
กระจายความเสี่ยงต่างๆ ได้ดี
                 ทั้งนี้การลงทุนในธุรกิจพลังงานทางเลือก หรือพลังงานทดแทน บริษัทสนใจการ
ลงทุนทั้งในแบบพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานไบโอแมส  โดยในโครงการ
พลังงานแสงอาทิตย์จะได้ข้อสรุปกลางปีนี้ ซึ่งหากไม่ได้ก็ต้องรอการอนุมัติใบอนุญาตรอบ
ใหม่ ส่วนโครงการไบโอแมส คาดว่ากลางปีนี้น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น และโครงการ
พลังงานลม ในปีนี้จะยังไม่ได้ข้อสรุปเพราะต้องรอผลศึกษา และทดสอบความแรงของลมนาน
ถึง 18 -24 เดือน
                  ' ด้านพลังงานลมผลิตไฟฟ้า 180 เมกะวัตต์ ตอนนี้อยู่ระหว่างการเก็บข้อมูล ซึ่ง
ดำเนินงานมาได้ร่วม 2 ปีแล้ว เช่นเดียวกับการเดินหน้าในธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากแสง
อาทิตย์ โดยภายในกลางปีนี้ หากยังไม่มีข้อสรุป บริษัทฯ คงต้องรอใบอนุญาตใหม่ รวมถึงมี
แผนทำธุรกิจพลังงานจากขยะอีก 1 โครงการด้วย คงอีกไม่นานคงจะเห็นเป็นรูปเป็นร่าง' 
นายสมโพธิ กล่าว
                 นายสมโพธิ กล่าวว่า ประเทศไทยมีความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นทุกปี แต่เป็น
การพึ่งพาพลังงานจากก๊าซธรรมชาติค่อนข้างมาก เห็นได้จากการที่พม่าหยุดซ่อมประจำปี ก็
จะเกิดปัญหาขึ้นได้ เพราะฉะนั้นจึงมองว่าแหล่งพลังงานอื่นๆ ยังมีอีกมาก แม้ในแง่ของการ
แข่งขันจะมีมากขึ้น แต่การที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จึงมีโอกาสในการระดม
ทุนหลายๆ ช่องทาง และด้วยเครดิตเรทติ้งต่างๆ ที่มี ทำให้บริษัทสามารถแข่งขันได้ และอีก
ประการหนึ่งพลังงานทางเลือกขนาดไม่ใหญ่มากนัก  ขณะที่รายใหญ่ก็จะไปลงทุนธุรกิจ
ขนาดใหญ่มากกว่า
                  ' ของเราก็จะไปดูในไซส์กลางๆ ซึ่งถ้ามองจากคู่แข่งก็ถือว่า เรานั้นไม่ได้เป็น
รองใคร ที่เรามองไว้ก็เป็นพลังงานไฟฟ้าขนาดโครงการละไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ โดยใน 5 ปี 
เราคาดว่าน่าจะรวมๆ ทุกโครงการแล้วประมาณ 100 เมกวัตต์ (ไม่ว่าจะเป็นลม-น้ำ-ขยะ) เรา
ไม่คิดจะกวาดทั้งหมด เราแค่อยากต้องการปรับสัดส่วนรายได้ให้มันหลากหลายขึ้น' นาย
สมโพธิ กล่าว
                  เขากล่าวว่า บริษัทได้วางงบลงทุนในระยะ 5 ปีไว้ที่ 23,800 ล้านบาท โดยแบ่ง
สัดส่วน 40% ลงทุนในธุรกิจผลิตน้ำประปา  30% ในธุรกิจพลังงาน และอีก 30% ในธุรกิจ
จัดการสิ่งแวดล้อม หรือเฉลี่ยลงทุนปีละ 4-5 พันล้านบาท โดยแหล่งเงินจะมาจากเงินกู้ยืม 
1.2 หมื่นล้านบาท เงินที่ได้จากการระดมทุนผ่านหุ้นกู้ที่คาดว่าในช่วง 5 ปีนี้จะออกทั้งหมด 
1.2 หมื่นล้านบาท แบ่งลงทุนใหม่ 5 พันล้านบาท อีก 7 พันล้านบาท เป็นการคืนหุ้นกู้ที่
ครบกำหนดไถ่ถอน ซึ่งปีที่แล้วได้ออกหู้นกู้ไป 3.5 พันล้านบาทเพื่อคืนหุ้นกู้เดิม และจะมี
หุ้นกู้ที่จะครบกำหนดอายุอีกในปี 2557 จำนวน 1.7 พันล้านบาท และ 1.8 พันล้านบาทใน
ปี 58 ขณะเดียวกันบริษัทมีกระแสเงินสดราว 5 พันกว่าล้านบาทในปัจจุบัน 
                  ทั้งนี้หากบริษัทออกหุ้นกู้ 1.2 หมื่นล้านบาทและเงินกู้ยืม 1.2 หมื่นล้านบาท 
จะทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เพิ่มเป็น 1.8 เท่าจาก 1.3 เท่าในปัจจุบัน แต่จะ
รักษาเพดาน D/E ไม่เกิน 2 เท่า 


TTW  คาดปีนี้ มีรายได้เพิ่มเป็น 6 พันลบ. เติบโต 13-14% พร้อมวางเป้าจากนี้ รายได้
โตเฉลี่ย 15% ต่อปี    
                    นายสมโพธิ ศรีภูมิ กรรมการผู้จัดการ บริษัทน้ำประปาไทย จำกัด (มหาชน) 
(TTW)   เปิดเผยว่า  ในปี 2556 คาดว่าบริษัทจะรายได้จะเพิ่มขึ้นเป็น 6 พันล้านบาท จาก
ปีก่อนที่ทำได้ 5.3 พันล้านบาท หรือเติบโต 13-14%  ส่วนกำไรสุทธิปีนี้คาดว่าจะทำได้ดี
กว่าปีก่อนเช่นกัน แม้ว่าในปีนี้เป็นปีแรกที่เสียภาษีเต็มปี หลังหมดสิทธิประโยชน์จากบีโอไอ 
แต่ก็ยังได้รับผลดีจากการจ่ายภาษีนิติบุคคลน้อยลง นอกจากนี้บริษัทยังตั้งเป้าว่า 5 ปีจากนี้ 
จะมีรายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 15% ตามแผนที่ทางคณะกรรมการบริษัทวางเป้าหมายไว้ แต่ทั้ง
นี้จะต้องตั้งอยู่ในเงื่อนไขว่าจะไม่มีการเพิ่มทุน และรักษาผลประโยน์ผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง 
                   ' ธุรกิจน้ำของเราถือเป็นธุรกิจที่มีรายได้คงเส้นคงวา และเติบโตอย่างต่อเนื่อง
และสม่ำเสมอ ซึ่งเราประมาณการได้เลยว่าใน 5 ปีข้างหน้ารายได้และยอดขายต่างๆ จะออก
มาในลักษณะใด แต่อย่างไรก็ดีหากคิดแล้วถ้าเอาน้ำอย่างเดียวเราจะโตราวปีละ 7-8%  ปี
ไหนดีๆ หน่อยอาจจะถึง 9-10% แต่เรามีเงื่อนไขจากบอร์ดว่าการเติบโต 7-8% มันดูน้อย
ไป ทำอย่างไรให้เป็น 15% จึงเป็นที่มาของแผนการขยายธุรกิจไปยังพลังงานทางเลือก' นาย
สมโพธิ กล่าว
                    เขากล่าวถึง การลงทุนในประเทศด้วยว่า จะมีการขยายกำลังการผลิตน้ำประปา
อีก 1 แสนลบ.ม./วัน ในโรงงานปทุมธานี(PTW) หลังจากที่ได้ยื่นต่อการประปาส่วนภูมิภาค
เพื่อขยายการผลิตจากปัจจุบันที่ผลิตเต็มกำลังการผลิตที่ 3.8 แสนลบ.ม./วัน นอกจากนี้ ในจ.
สมุทรสาครและนครปฐม ความต้องการใช้น้ำอย่างรวดเร็ว คาดว่าใน 2 ปีนี้จะผลิตเต็มกำลัง
การผลิตที่ 4.4 แสนลบ.ม./วัน คาดว่าจะเพิ่มการผลิตอีก 1 แสนลบ.ม./วัน ที่ใช้เวลาก่อสร้าง 
2 ปี รองรับกันพอดี
                     รวมทั้งบริษัทยังได้รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบมจ.ซีเค เพาเวอร์ (CKP) 
ประมาณ 150 ล้านบาทจากการถือหุ้น 30% แต่ไม่ได้รับเงินจริง แต่เข้าไปสะสมใน CKP  
และ CKP จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะมีการนำหุ้นเดิมและหุ้นออกใหม่นำขายต่อ
ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO)ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม  TTW ต้องการรักษาระดับหุ้น 25%
ใน CKP หรือตัดขายออกไป 5% เพราะบริษัทต้องการลงทุนระยะยาว
    	      ' เราเข้าลงทุนใน CK power ตั้งแต่ปีที่แล้ว ลงทุนไป 2,760 ล้านบาท 
โดย CK power เขาเข้าไปถือหุ้นในบริษัทที่ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ โดยมีรายได้
จากการดำเงินงานที่เรารับรู้ประมาณ 150 ล้านบาท แต่ธุรกิจสาธารณูปโภคมีการลงทุนที่สูง
ในดังนั้นในช่วงแรก จะมีค่าใช้จ่ายและต้นทุนเยอะ แต่ต่อไปมันจะดีขึ้น สร้างรายได้ให้เรา
ได้ในระดับที่น่าพอใจ และปัจจุบัน CK power มีแผนจะเข้าจะทะเบียนในตลาดหลัก
ทรัพย์ฯ ทำให้จะมีการนำหุ้นใหม่ออกมาขาย ซึ่งอาจจะส่งผลให้สัดส่วนในการถือครองหุ้น 
CK power ของบริษัทลดลงเหลือ 25% จากเดิม 30% แต่จะไม่ลดลงไปจากนี้ เพราะเป็น
การลงทุนในระยะยาว โดยปีนี้ หาก CK power เข้าจดทะเบียนสำเร็จจะทำให้ TT W 
สามารถรับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้นได้บางส่วน' นายสมโพธิ กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น