วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

THAI ราคาพื้นฐานที่ 34 บาท


บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
ณ วันที่ 26/02/56
ราคาตลาดที่   24.90    บาท
P/E             0    บาท
P/BV          0.82  บาท
ปีที่แล้วไม่มีปันผล   
ธุรกิจ  ขนส่งและโลจิสติกส์

บล.ฟิลลิป : THAI ราคาพื้นฐานที่ 34 บาท แนะนำ “ซื้อ”

4Q55 คาดการณ์ดำเนินงานขาดทุน แต่ FX จะทำให้มีกำไรสุทธิ
              ใน 4Q55 คาดมีกำไรสุทธิ 1,095 ล้านบาท เทียบปีก่อนที่ขาดทุน 5,389 ล้านบาท 
หากไม่รวมอัตราแลกเปลี่ยนยังขาดทุนจากการดำเนินงานที่ 385 ล้านบาท ซึ่งดีกว่าปีก่อนที่ขาด
ทุน 6,935 ล้านบาท
               รายได้รวมใน 4Q55 คาดเพิ่มขึ้น 19.64% y-y เป็น 54,948 ล้านบาท หลักจาก
จำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 18.61% y-y เป็น 5.34 ล้านคน ส่งผลให้ Cabin Factor อยู่ที่ 
76.3% จาก 65.0% ใน 4Q54 ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รายได้ต่อคนต่อกม. (Yield) ลด
ลงเป็น 2.77 บาท จาก 2.80 บาท และรวมงบของนกแอร์ ทำให้รายได้ค่าโดยสารโต 23.66% y-
y รายได้ค่าไปรษณียภัณฑ์และกิจการอื่นยังมีการเติบโต มีเพียงค่าขนส่งสินค้าที่ลดลง ต้นทุนก็
ปรับตัวขึ้นตามปริมาณที่เพิ่มขึ้น โดยฉพาะค่าบริการการบินและน้ำมันเครื่องบิน รวมไปถึงค่า
เสื่อมที่เพิ่มตามจำนวนเครื่องบิน SG&A โตค่อนข้างสูง ส่วนหนึ่งจากโบนัสที่จ่ายให้พนักงาน 1 
เดือน ทำให้มีขาดทุนจากการดำเนินงานที่ 385 ล้านบาท แต่เงินบาทเทียบเยนที่แข็งค่าขึ้นมาก 
คาดมีกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่ราว 1,490 ล้านบาท ส่งผลให้พลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้
               ทั้งปี 2555 คาดจะมีกำไรจากการดำเนินงานที่ 2,433 ล้านบาท แย่กว่าที่คาดไว้เดิม 
ซึ่งเมื่อรวมกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่คาดไว้ 3,213 ล้านบาท จะทำให้มีกำไรสุทธิที่ 4,963 ล้าน
บาท จากที่ขาดทุน 10,197 ล้านบาท 

1Q56 Yield ที่ดีขึ้น จะช่วยผลการดำเนินงาน
               ในเดือน ม.ค. Cabin Factor อยู่ที่ราว 78.8% เทียบกับ 77.4% แม้จะไม่มาก แต่มี
การเพิ่ม capacity ซึ่งจะทำให้การเติบโตสูงมากขึ้น ในขณะที่ Yield (รายได้/คน/กม.) ยังอยู่ใน
ระดับที่ค่อนข้างสูง 2.86-2.90 บาท จากผลของการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมัน และใกล้เคียงปี
ก่อนที่ 2.87 บาท ในเดือน ก.พ.-มี.ค. จะยังดีกว่าปีก่อนที่มีการทำโปรโมรชั่นหลังน้ำท่วม Yield 
จึงไม่ค่อยดีนัก โดย ก.พ. ยอด booking อยู่ที่ 79% และ มี.ค. ราว 63-64% โดยยุโรปที่ฉุดผล
ประกอบการในครึ่งปีหลัง 2555 ทั้ง Yield และ Cabin Factor ได้ปรับตัวดีขึ้น ส่วนการทำ 
hedging น้ำมัน ทำไปแล้ว 65% ของที่ใช้ทั้งปี โดยยังได้ประโยชน์จากการทำ hedging อยู่

เปลี่ยนตัดค่าเสื่อมจาก 15 ปี เป็น 20 ปี
                ในปีนี้ได้เปลี่ยนนโยบายการตัดบัญชีค่าเสื่อมของเครื่องบินจากเดิมที่ตัด 15 ปี เป็น 
20 ปี ผลที่เกิดขึ้น 1) จะมีการกลับค่าเสื่อมที่เคยตัดไปแล้วกลับ มาราว 2.8-3 พันล้านบาท (เป็น
เพียงตัวเลขทางบัญชี) ซึ่งจะบันทึกครั้งเดียว และ 2) ค่าเสื่อมในปีนี้จะลดลงราว 700 ล้านบาท/
ไตรมาส

ยังคงคาดการณ์ในปี 2556 ไว้เช่นเดิมก่อน
                ทางฝ่ายยังคงคาดการณ์กำไรก่อนอัตราแลกเปลี่ยนในปี 2556 ที่ 5,036 ล้านบาทไว้
ก่อน แม้แนวโน้มจะดูเป็นบวกมากขึ้น จากค่าเสื่อมที่จะลดลง และยังไม่รวมการบันทึกกลับค่า
เสื่อมในอดีตหลังหักภาษี ซึ่งจะมีกำไรราว 2.24-2.4 พันล้านบาท โดยรอดูความชัดเจนการบันทึก
ค่าเสื่อมและการฟื้นตัวที่แน่ชัดก่อน ยังประเมินราคาด้วยวิธี EV/EBITDA ปี 2556 ที่ 4.5 เท่า 
ราคาพื้นฐานอยู่ที่ 34 บาท ยังแนะนำ “ซื้อ”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น