วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

STEC ราคาเป้าหมาย 35.50 บาท

บล.เอเซีย พลัส : STEC แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 35.50 บาท 

ทิศทางธุรกิจสดใส ตั้งเป้ารับรู้รายได้ปี 2556 ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท 
               การผลักดันโครงการขนาดใหญ่จากภาครัฐยังมีออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแผน
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 2.27 ล้านล้านบาท และแผนการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสน
ล้านบาท ที่จะเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นในปีนี้ โดยช่วงต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา STEC เพิ่งยื่น
ประมูลงานอาคารรัฐสภาแห่งใหม่มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท จะทราบผลในวันที่ 6 มี.ค. 56 ขณะที่
งานระบบรางต่างๆ ที่จะออกมาในปีนี้ ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มและสายสีชมพู รถไฟรางคู่ 
และงานปรับปรุงรางรถไฟ โดยปีนี้ STEC จะเข้าร่วมประมูลงานภาครัฐประมาณ 1 แสนล้าน
บาท และคาดหวังจะชนะในสัดส่วน 25-30% ของมูลค่างานที่เข้าประมูลทั้งหมด ขณะที่งาน
เอกชนมุ่งเน้นไปที่งานประมูลโรงไฟฟ้า SPP ที่จะมีการก่อสร้างถึง 39 แห่ง ส่วนงาน LNG 
Plant ที่ STEC รับช่วงงานต่อจาก STPI มูลค่า 2.5-3 พันล้านบาท คาดว่าจะเริ่มงานได้ปลายปี 
2556 ทั้งนี STEC ตั้งเป้าการรับรู้รายได้ปี 2556 เติบโต 15-20% จากปี 2555 ที่ทำได้ 1.9 
หมื่นล้านบาท โดยรายได้มากกว่า 90% ในปีนี้ ถูกรองรับจาก Backlog ปัจจุบันที่มีสูงถึง 
60,186 ล้านบาท  

พร้อมก้าวสู่ความเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างของไทย  
              การให้ความสำคัญอย่างมากต่อวงจรเงินสดของธุรกิจ และการควบคุมต้นทุนการก่อ
สร้างที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ STEC มีสถานะเงินสดสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นปี 
2555 STEC มีเงินสดและเงินลงทุนชั่วคราวรวมกันสูงถึง 7.1 พันล้านบาท ช่วยให้ STEC มี
อำนาจในการต่อรองกับ Supplier และผู้รับเหมาช่วงได้มากขึ้น สำหรับแผนการลงทุนปีนี้  
STEC จะซื้อเครื่องจักรเพิ่มเติมอีก 600 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบลงทุนที่มากกว่าปกติถึง 2 เท่าตัว 
เพื่ออาศัยประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่าในการนำเข้าเครื่องจักรได้ในราคาที่ถูกลง และเป็นการ
เพิ่มศักยภาพในการทำงาน รวมถึงจะช่วยลดการพึ่งพิงแรงงานคน ที่จะมีปัญหาขาดแคลนมากขึ้น
ในอนาคต นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะสร้างลานขนาดใหญ่สำหรับใช้เก็บเครื่องจักรอุปกรณ์แห่งใหม่ 
เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทในอนาคต

กระแสยังเอื้อหนุน ขยับ Fair Value ขึ้นเป็น PER 30 เท่า คงคำแนะนำ ถือ
              ภาวะอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างที่เข้าสู่ช่วงวัฏจักรขาขึ้นมาตั้งแต่ปี 2555 และยังมี
แนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องไปอีกไม่ต่ำกว่า 5 ปี จากการเร่งผลักดันโครงการ
สาธารณูปโภคภาครัฐ ทำให้หุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างซึ่งมีลักษณะการเก็งกำไรสูง ซื้อขายกันใน
ระดับ PER ที่สูงขึ้น ฝ่ายวิจัยจึงปรับเพิ่ม Fair Value ของ STEC จากเดิม ที่กำหนดโดยอิง 
PER 25 เท่า มาอยู่ที่ PER 31 เท่า ( PER เฉลี่ยย้อนหลัง 4 ปี + 1S.D. ) จะให้ราคาเป้า
หมายเพิ่มเป็น 35.50 บาท มี Upside จากราคาปัจจุบัน 9% บวกกับผลตอบแทนจากเงินปันผล
อีกราว 2% คงคำแนะนำ ถือ 

เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ 


อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น