วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

RML ราคาพื้นฐาน 2.93 บาท


บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : RML แนะนำซื้อ ราคาพื้นฐาน 2.93 บาท (เดิม 2.60 บาท)

เปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหญ่ ราคาหุ้น laggard
           • ตั้งแต่ประกาศเปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหญ่ ราคาหุ้นปรับขึ้นเพียง 2.6% Laggard เทียบกับ
ดัชนีอสังหาฯเพิ่มถึง 11.4%
           • คาดว่าการประกาศแผนธุรกิจ 28 ก.พ.56 จะเรียกความมั่นใจกลับมา และจากการ
ตรวจสอบพบว่าผู้ถือใหม่คือ เจเอสออยล์ มีผู้ถือหุ้นใหญ่ที่แข็งแกร่งคือ นาย ลี เช เต็ก ไลโอเนล
• ความไม่แน่ใจในเรื่องการเปลี่ยนแปลง ทำให้มองข้ามพื้นฐานที่แข็งแกร่งบริษัท Backlog สูง 
ผลการดำเนินงานสดใส
            • คาดว่าหลังประกาศงบปี 55 จะไม่มีเรื่องติด cash balance มารบกวน เพราะราคาหุ้น
ต้องสูงไปถึง 6.80 บาท จึงจะมี P/E 40 เท่า ที่เข้าเกณฑ์ หากอิงตามประมาณการ DBSV
            • แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐานใหม่เป็น 2.97 บาท ประเมินด้วย P/E ปี 56 ที่เพียง 8 เท่า 
ขณะที่อุตสาหกรรมสูงเป็น 12 เท่า ราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้อีก 23.6%

            ราคาหุ้นอยู่ในภาวะชะงันงันหลังประกาศเปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหญ่ใหม่ 1 ก.พ.56 IFA 
Hotels & Resorts 3 Ltd. (IFA) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทประกาศว่าได้ขายหุ้น 
RML ให้แก่ JS Oil Pte Ltd. จำนวน 893 ล้านหุ้น หรือ 24.98% ในราคาหุ้นละ 2.40 บาท แม้
บริษัทชี้แจงว่า ภายหลังการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ดังกล่าว บริษัทไม่มีแผนที่จะเปลี่ยน
แปลงการประกอบธุรกิจหลักของบริษัท และหากในอนาคตมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องโครงสร้าง
การบริหารงานและนโยบายการดำเนินงานจะแจ้งตลาดฯ จากการพิจารณาพบว่าหลังจากประกาศ
ข่าวนี้ ราคาหุ้นปรับขึ้นเพียง 2.6% ถือว่าเคลื่อนไหวช้า (Laggard) เทียบกับดัชนีหมวดอสังหาฯ
ที่ปรับขึ้นถึง 11.4% คาดว่านักลงทุนมีความไม่มั่นใจนักในเรื่องนี้
            ข่าวการลาออกผู้บริหารยิ่งสร้างความไม่มั่นใจ มีการประกาศลาออกของกรรมการคือ 
นายกิตติ ตั้งศรีวงศ์ และกรรมการบริหารของบริษัท นายอูแบร์ โรมารี่ แบร์ตร็อง วิริออท (Mr. 
Hubert Romary Bertrand Viriot) ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556 และอนุมัติการแต่ง
ตั้ง นายเจสัน โก๊ะ เช็ง เหว่ย นาย ลี เช เชง เอเดรียน และนางสาวนุช กัลยาวงศาเป็นกรรมการ
ใหม่ของบริษัทแทนกรรมการที่ลาออกดังกล่าว จากข่าวนี้คาดว่าทำให้นักลงทุนกังวลว่าอาจขาด
การดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และมีผลกระทบต่อการดำเนินงานและฐานะการเงินของบริษัทได้
คาดว่าความมั่นใจจะกลับมาหลังจะมีการประกาศแผนธุรกิจ 28 ก.พ.56 ที่ชัดเจนขึ้น เราคาดว่า
บริษัทจะมีการสร้างความมั่นใจในการบริหารโครงการคอนโดมิเนียมที่มีอยู่ในปัจจุบัน ให้สำเร็จ
ลุล่วง และการเปิดขายโครงการใหม่ในอนาคต เพื่อต่อยอดธุรกิจต่อไป โดยเฉพาะแผนธุรกิจที่จะ
ทำให้ RML ก้าวเข้าสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น ทั้งนี้เราคาดว่าบริษัทจะประกาศงบการเงินปี
55 และ 4Q55 ที่มีความสดใสออกมา และมีการชี้แจงงบการเงินในวันนั้นด้วย
             คาดการณ์กำไรสุทธิปี 55 ฟื้นตัวสูง และ 4Q55 เติบโตก้าวกระโดด เราคาดว่ากำไรสุทธิ
ปี 55 ฟื้นตัวดีขึ้นมากเป็น 594 ล้านบาท เทียบกับปี 54 ที่เป็นขาดทุนสุทธิ 474 ล้านบาท ส่วน
กำไรสุทธิ 4Q55 ทำสถิติสูงสุดใหม่ เป็นกำไรรายไตรมาสที่ดีที่สุดในรอบปี โต 15% q-o-q เป็น 
301 ล้านบาท และฟื้นตัวสูงเทียบกับ y-o-y ที่ขาดทุนสุทธิ 367 ล้านบาท เพราะมีการโอน
กรรมสิทธิ์คอนโดThe River เข้ามามาก แม้เราได้ปรับกำไรสุทธิปี 56 ลดลง 14% เนื่องจาก
การโอน The River ใน 4Q55 น้อยกว่าคาดไว้เดิมเป็น 2.1 พันล้านบาท
             เจเอสออยล์ มีผู้ถือหุ้นใหญ่ที่แข็งแกร่งมาก ธุรกิจหลักของเจเอส ออยล์ พีทีอีลิมิเต็ด 
(JS Oil Pte. Ltd.) คือการลงทุนถือหุ้นในบริษัทอื่น (investment holding) โดยมีนาย ลี เช 
เต็ก ไลโอเนล ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเพียงรายเดียว ในเจเอสออยล์ เราเห็นว่า นาย ไลโอเนลเป็นบุคคลที่
เชื่อถือได้ มีความสามารถและมีฐานะการเงินดี โดยเป็นผู้ประกอบการชาวสิงคโปร์ เคยนำบริษัท 
เอสร่า โฮลดิ้งสลิมิเต็ด ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจให้บริการเกี่ยวกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
นอกชายฝั่งให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสิงคโปร์ ปัจจุบันนายไลโอเนล ถือหุ้นอยู่ 
0.5% หรือ 4.85 ล้านหุ้น และดำรงตำแหน่งเป็น Group Managing Director ของเอสร่าฯ 
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า รายได้เพิ่มขึ้นถึง 267% จากปี 51 มาเป็น 984 ล้านเหรียญ
สหรัฐในปี 55 มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นปี 55 เป็น 103.87 เหรียญสหรัฐ เพิ่ม 63% จากปี 51 และ
กำไรปี 55 อยู่ที่ระดับ 65 ล้านเหรียญสหรัฐ
            นายไลโอเนล ประสบความสำเร็จในธุรกิจอาคารสำนักงานที่สิงคโปร์ จากความสนใจมา
ยังธุรกิจอสังหาฯ ได้พัฒนาตึกสูงอาคาร 15 (Tower 15) ซึ่งมี 30 ชั้น ความสูง 103.78 เมตร 
ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจของประเทศสิงคโปร์ ถนน Hoe Chiang ซึ่งปัจจุบันอาคารดังกล่าวเป็นที่
ตั้งของบริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติต่างๆ ที่มีชื่อเสียงความเคลื่อนไหวล่าสุดคือ ตั้งบริษัท ไร
มอน แลนด์ ดีเวลล็อปเม้นท์ (สิงคโปร์) ทาง RML ถือหุ้น 100% แต่ทุนจดทะเบียนน้อยเป็น
เพียง 2 ดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อรองรับการลงทุนใหม่ในอนาคต แต่เรื่องนี้เราเห็นว่ายังไม่มีความ
ชัดเจนว่าจะใช้บริษัทนี้เพื่อการลงทุนไปยังต่างประเทศ คือ สิงคโปร์ หรือประเทศอื่นๆ แต่นายไล
โอเนลเคยให้ข่าวว่าสนใจอสังหาฯที่สหรัฐอเมริกา
             คาดว่าหลังประกาศงบปี 55 จะไม่มีเรื่องติด cash balance มารบกวน เพราะราคาหุ้น
ต้องสูงไปถึง 6.80 บาท จึงจะมี P/E 40 เท่า ที่เข้าเกณฑ์ หากอิงตามประมาณการกำไรสุทธิปี 
55 DBSV ที่มีกำไรสุทธิต่อหุ้นที่ 0.17 บาท ต่างจากปัจจุบันที่เป็นขาดทุน 4 ไตรมาสย้อนหลัง 
(4Q11-3Q12) จึงหาค่า P/E ไม่ได้ เมื่อปริมาณการซื้อขายมาก ก็จะต้องใช้บัญชีเงินสดเท่านั้น
ในการซื้อหุ้นยังผลให้สภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นลดน้อยลงไปมาก
            คงคำแนะนำ ซื้อ ปรับเพิ่มราคาพื้นฐานเป็น 2.93 บาท ซึ่งประเมินด้วย P/E ปี 56 ที่
เพียง 8 เท่า ขณะที่ค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยสูงเป็น 12 เท่า ราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้อีก 
22% ส่วนคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 56 น่าพอใจเป็น 3% สำหรับคาดการณ์อัตรา
การเติบโตกำไรสุทธิปี 56 และ 57 สูงเป็น 93% และ19% ตามลำดับ โดยในช่วงปลายปี 56 นี้
จะเริ่มโอนคอนโด 185 ส่วนความเสี่ยงคือ คาดการณ์อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนสูงปลายปี 55 
เป็น 3.7 เท่า ทำให้เกิดความกังวลว่าจะมีการเพิ่มทุนหรือไม่ในอนาคต แต่หากพิจารณาเรื่องเงิน
สดที่จะได้จากการโอนคอนโดเป็นจำนวนมากในอนาคต ก็จะช่วยลดความกังวลนี้ไปได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น