บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
ณ วันที่ 22/02/56
ราคาตลาดที่ 25.25 บาท
P/E 33.06 บาท
P/BV 5.37 บาท
มีปันผล 0.30 บาท
- XD 11/04/13
- ปันผล 30/04/13
ธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม
บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : MINT แนะนำ 'ซื้อ' ราคาพื้นฐาน 32.00 บาท
กำไรไตรมาส 4/55 ออกมาดีกว่าคาด
• กำไรสุทธิไตรมาส 4/55 ออกมาดีกว่าที่เราและตลาดคาดการณ์
• ความต้องการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างมากและยอดขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ จะ
หนุนกำไรในอนาคต
• ปรับเพิ่มประมาณการกำไรและปรับราคาเป้าหมายเป็น 32 บาท, ยังคงมี Upside
สูงถึง 33% แนะนำ “ซื้อ”
กำไรไตรมาส 4/55 ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด: โดยกำไรสุทธิทะยานขึ้นถึง
151% y-o-y เป็น 1.2 พันล้านบาท โดยผลการดำเนินงานที่โดดเด่นดังกล่าว ได้แรงหนุนจาก 1)
ธุรกิจโรงแรมที่เติบโตอย่างรวดเร็วตามการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายัง
ประเทศไทย (+45% y-o-y ในไตรมาส 4/55) และการฟื้นตัวภายหลังภาวะน้ำท่วมใหญ่เมื่อ
ปลายปีที่ผ่านมา, 2) ยอดขายที่เติบโตอย่างโดดเด่นของโครงการอสังหาริมทรัพย์, 3) ผลการ
ดำเนินงานของธุรกิจอาหารที่แข็งแกร่ง และอัตรากำไรที่เพิ่มสูงขึ้น (EBIT margin +540 จุด
เป็น 18%) จากอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้นและยอดขายที่แข็งแกร่งโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ให้
อัตรากำไรในระดับสูง
ข้อมูลการดำเนินงานบ่งชี้การฟื้นตัวที่ดีขึ้น: อัตราการเข้าพักเฉลี่ย
(Average Occupancy Rate: AOR) ของธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 3 จุด y-o-y เป็น 71% และ
ค่าห้องพักเฉลี่ยต่อคืน (Average Daily Room Rate: ADR) เพิ่มขึ้น 4.7% เป็น 5,740
บาท ซึ่ง
ทั้งสองปัจจัย ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้อง (Revenue Per Available Room: RevPar) เพิ่ม
ขึ้นอีก 9% เป็น 4,075 บาท ขณะที่อัตราการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) สำหรับ
ธุรกิจร้านอาหารด่วน (Quick Service Restaurant: QSR) ขยายตัวขึ้น 5.5% ซึ่งนับว่าเป็น
ระดับที่น่าพอใจ หากพิจารณาจากฐานยอดขายที่อยู่ในระดับสูงในปีที่ผ่านมา ซึ่งผลจากภาวะน้ำ
ท่วมทำให้ความต้องการใช้บริการส่งอาหารได้รับความนิยมอย่างมาก ขณะเดียวกันสาขา QSR
ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น 10% y-o-y (เพิ่มขึ้น 77 สาขา ในไตรมาส 4/55) เป็น 1,381 แห่ง ส่งผลให้
อัตราการเติบโตของยอดขายต่อสาขาโดยรวม (TSSG) ขยายตัวขึ้น 11.4% y-o-y
ยอดขายโครงการอสังหาริมทรัพย์แข็งแกร่ง: ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ใน
ไตรมาส 4/55 เติบโตขึ้นโดดเด่น โดยมีปัจจัยหนุนจาก 1) ยอดโอนห้องพักที่ดีของ St. Regis
Residence ซึ่งคิดเป็น 5% ของพื้นที่ขาย ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2555 ยอดโอนห้องพักรวมเพิ่มขึ้น
เป็น 74%, 2) ยอดขายสมาชิก Anantara Vacation Club (AVC) ที่เติบโตได้สูงมาก และ
3) มีการบันทึกการขายโครงการ The Estate Samui จำนวน 1 หลัง (110 ล้านบาท)
ประกาศจ่ายปันผลประจำปี 2555 ในอัตราหุ้นละ 0.30 บาท: โดยการจ่าย
ปันผลเป็นเงินสดดังกล่าว คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลที่ 32% ของกำไรสุทธิในปี 2555 โดยจะ
ขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 11 เม.ย. และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 30 เม.ย. 2556
แรงกระตุ้นเชิงบวกยังคงต่อเนื่องมายังไตรมาส 1/56: จำนวนผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศใน
เดือน ม.ค. ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยขยายตัวขึ้นถึง 13% เป็น 2.2 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่
เดินทางมาจากประเทศสิงคโปร์ (+51%), จีน (+39%), ญี่ปุ่น (+36%), เกาหลี (+32%) และ
อินเดีย (+31%) ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลบวกต่อการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมของ MINT ซึ่งเรา
คาดว่าจะทำให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (AOR) เพิ่มขึ้นอย่างน้อยที่ระดับ 72% (+2% y-o-y)
ขณะที่ธุรกิจ QSR และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงแข็งแกร่ง ท่ามกลางการบริโภคภายใน
ประเทศที่เติบโตต่อเนื่อง, อำนาจการซื้อที่เพิ่มขึ้น และการส่งเสริมการขายและกิจกรรมทางการ
ตลาด
คงคำแนะนำ “ซื้อ”: จากศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งขอบการขาย
สมาชิก AVC, อัตรากำไรที่สูงขึ้นจากอัตราการใช้ห้องพักของโรงแรมที่ดีขึ้น, ยอดขายที่เพิ่มขึ้น
ของโครงการอสังหาริมทรัพย์ในส่วนที่ให้อัตรากำไรสูง, การฟื้นตัวขึ้นของธุรกิจอาหารด่วน
(QSR) ในประเทศจีน หลังจากการเข้าซื้อร้านอาหารภายใต้แบรนด์ Riverside, รวมทั้งการเข้า
ซื้อกิจการโรงแรม 2 แห่งในประเทศเวียดนาม เมื่อเร็วๆ นี้ ปัจจัยเหล่านี้ ทำให้เราทำการปรับ
เพิ่มประมาณการกำไรสำหรับปี 2556 ขึ้น 5% และส่งผลให้ราคาเป้าหมายของเราได้รับการปรับ
เพิ่มเป็น 32 บาท พิจารณาด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด (WACC 8%, Terminal growth rate
2%) โดยราคาหุ้นยังมี Upside อยู่สูงถึง 33% คิดเป็น PE ในปี 2556 ที่ 23x ต่ำที่สุดเมื่อเทียบ
กับกลุ่ม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น