วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

EGCO มูลค่าพื้นฐาน 136 บาท


บล.กรุงศรี : EGCO แนะนำ “ถือ” มูลค่าพื้นฐานเท่ากับ 136 บาท (Sum-of-the-parts)

กำไรสุทธิ 4Q55 หดตัว QoQ ตามคาด
กำไรสุทธิ 4Q55 ลดลง -55%QoQ แต่ดีขึ้น +98%YoY
           EGCO ประกาศกำไรสุทธิงวด 4Q55 เท่ากับ 940 ล้านบาท (-55%QoQ, +98%
YoY) ตามคาดเป็นผลจากความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศที่ลดลงตามฤดูกาล กอปรกับการ
ดำเนินงานที่ลดลงของโรงไฟฟ้าระยองและขนอมตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
          กำไรสุทธิปี 55 เท่ากับ 1.1 หมื่นล้านบาท (+120%YoY) หากไม่รวมกำไรพิเศษทาง
บัญชีจากการรวมธุรกิจบริษัท เคซอน เพาเวอร์ (ฟิลิปปินส์) ใน 2Q55 จำนวน 4.3 พันล้านบาท 
จะมีกำไรจากการดำเนินงาน 6.4 พันล้านบาท (+30%YoY) ซึ่งเป็นผลจาก 1) รับรู้กำไรสุทธิ
ของบริษัท เคซอนเพาเวอร์ (ฟิลิปปินส์) เพิ่มจาก 52% เป็น 98% ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. 55 รวม
ถึงค่าใช้จ่ายของเคซอนที่ลดลงเนื่องจากในปี 54 มีค่าธรรมเนียมการชำระเงินกู้ก่อนกำหนด 2) 
บริษัท กัลฟ์ เพาเวอร์
           เจเนอเรชั่น (จีพีจี) มีรายได้ค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) เพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่
สูงขึ้นประกอบกับค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาลดลง 3) บริษัท พัฒนาพลังงานธรรมชาติ (เอ็นอีดี) มีราย
ได้ค่าขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นหลังจากเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์วันที่ 22 ธ.ค. 54 และ 4) โรงไฟฟ้า
ระยอง มีรายได้ EP เพิ่มขึ้น ตามการผลิตไฟฟ้าที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรักษา
ลดลง

คงประมาณการกำไรสุทธิปี 56
            เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 56 เท่ากับ 6.9 พันล้านบาท (+7%YoY) เมื่อเทียบกับ
กำไรจากการดำเนินงานปี 55 แม้ได้แรงหนุนจากการรับรู้ผลประกอบการเต็มทั้งปีของบริษัท 
เคซอน แต่แนวโน้มผลประกอบการโรงไฟฟ้าระยองและขนอมที่มีรายได้ค่าไฟฟ้าจากความพร้อม
จ่าย (AP) ลดลงตามสัญญาซื้อขาย รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้นจากเงินยืมกู้เพื่อซื้อหุ้นบริษัท 
เคซอนเพาเวอร์ ที่ผ่านมา จะกดดดันให้ผลประกอบการปี 56 เติบโตเพียงเล็กน้อย

คงคำแนะนำ “ถือ” มีแนวโน้มปรับมูลค่าพื้นฐานหลังประกาศผู้ชนะประมูลโรงไฟฟ้า 
IPP
            แม้เราคาดว่า EGCO ไม่โดดเด่นในแง่ของการเติบโตของผลประกอบการ อย่างไรก็ดี 
เรามีมุมมองเป็นบวกต่อการเติบโตในระยะยาวและมูลค่าพื้นฐานที่จะถูกปรับขึ้น ทั้งจากการ
ประมูลโรงไฟฟ้าIPP ที่คาดว่าจะรู้ผลกลางปี 56 ที่จะเพิ่มมูลค่าพื้นฐาน 12.9 บาท/โรงไฟฟ้า 
รวมถึงแผนการขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าเคซอนที่หนุนมูลค่าพื้นฐาน 2.6 บาท อีกทั้งโอกาส
เข้าประมูลโรงไฟฟ้าในอินโดนีเซียในอนาคต บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ เราคาด
เงินปันผลจ่ายปี 56 ในอัตรา 5.50 บาท/หุ้น (จ่ายปีละ 2 ครั้ง) คิดเป็นผลตอบแทน 3.6% 
จากราคาหุ้นปัจจุบัน คงมูลค่าพื้นฐานเท่ากับ 136 บาท (Sum-of-the-parts)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น