บล.เอเซีย พลัส : CPF แนะนำ ซื้อ มูลค่าพื้นฐาน 38.38 บาท
พ้นช่วงเวลาเลวร้ายไปแล้ว...เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวของราคาเนื้อสัตว์บก
ผู้บริหารของ CPF ได้ให้วิสัยทัศน์เกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจในปี 2556 ด้วยเป้าหมายการ
เติบโตของยอดขายรวมที่ระดับ 15% yoy ด้วยปัจจัยสนับสนุนจาก 1) การฟื้นตัวของธุรกิจหลักใน
ประเทศไทย (45% ของรายได้รวม) โดยเฉพาะธุรกิจฟาร์มสัตว์บก (ทั้งไก่เป็น และสุกรหน้า
ฟาร์ม) ที่ต้องเผชิญผลขาดทุนสุทธิกว่า 1 หมื่นล้านบาทในปี 2555 เพราะราคาขายผลิตภัณฑ์
สัตว์บกที่ตกต่ำจากปัญหา Oversupply ในประเทศไทย แต่สถานการณ์ปัจจุบันเริ่มคลี่คลายไป
ค่อนข้างมากแล้ว หลังจากปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดใกล้เคียงกับความต้องการบริโภค จึงเริ่ม
เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของราคาผลิตภัณฑ์สัตว์บกตั้งแต่ช่วงปลายปี 2555 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปี 2556 ธุรกิจกุ้งอาจไม่สดใสมากนัก จากปัญหาโรคระบาดตายด่วน
(EMS) ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งได้สร้างความเสียหายต่อฟาร์มเลี้ยงกุ้งในประเทศไทย แต่ CPF
ได้เตรียมแนวทางแก้ไขกับปัญหาโรคระบาดไว้แล้ว ซึ่งเชื่อว่าจะเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ เท่านั้น
และมีผลกระทบต่อ CPF ค่อนข้างจำกัด 2) มุ่งเน้นการเติบโตของธุรกิจในต่างประเทศ (55%
ของรายได้รวม) โดยบริษัทฯ เล็งเห็นถึงการเติบโตของธุรกิจในจีน เวียดนาม และอินเดีย ซึ่งล้วน
เป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูง ขณะที่อัตราการบริโภคต่อประชากรยังไม่
มากนัก และบริษัทฯ ได้เข้าไปสร้างฐานลงทุนอย่างแข็งแกร่งจนมีแบรนด์เป็นที่ยอมรับของ
ประชากรทั่วไป จึงเป็นข้อได้เปรียบของ CPF ในการดำเนินธุรกิจเชิงรุก สำหรับงบประมาณลง
ทุนจ่ายในช่วงปี 2556-59 ที่กำหนดไว้ถึง 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากเป็นไปตามแผนที่วางไว้ และ
ส่งผลให้บรรลุเป้าหมายรายได้รวมในปี 2559 ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 7 แสนล้านบาท (Net Margin ที่
ระดับปกติ 5%) ก็จะทำให้แนวโน้มกำไรสุทธิในปี 2559 จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.5 หมื่นล้านบาท
หรือคิดเป็นการเติบโตอย่างมีนัยฯ ถึง 86% จากปี 2555 ขณะที่แหล่งเงินทุนที่ใช้จะมา
จากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และกู้ยืมจากสถาบันทางการเงิน ซึ่งหากพิจารณาถึงสัดส่วน
หนี้สินสุทธิต่อทุน ณ สิ้นปี 2555 ที่ระดับ 1.1 เท่า บวกกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่สูง
ราว 2 หมื่นล้านบาท/ปี จึงคาดว่าเพียงพอสำหรับงบประมาณลงทุน (CAPEX) เฉลี่ย 1.5 หมื่น
ล้านบาท/ปี
ผ่านจุดต่ำสุดใน 4Q55 แล้ว เชื่อมั่นธุรกิจจะกลับมาเติบโตในปี 2556
แนวโน้มกำไรสุทธิ (ไม่รวมรายการพิเศษ) ในปี 2556 จะฟื้นตัวโดดเด่นอีกครั้ง โดยมี
ปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญจาก 1) คาดการณ์ยอดขายรวมจะเติบโต 15% yoy สอดคล้องกับเป้า
หมายของผู้บริหาร CPF ที่ตั้งไว้ หลักๆ มาจากการปรับเพิ่มราคาขายผลิตภัณฑ์สัตว์บกใน
ประเทศ และต่างประเทศ และ 2) ประสิทธิภาพการทำกำไรคาดว่าจะดีขึ้นจากปีก่อน เห็นได้จาก
แนวโน้ม Gross margin ที่ปรับสูงขึ้นสู่ระดับ 14.78% จาก 11.57% ในปี 2555 หลังจากแรง
กดดันต้นทุนวัตถุดิบ (60% ของต้นทุนขายรวม) เริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะวัตถุดิบกากถั่วเหลืองที่
มีแนวโน้มราคาชะลอตัวลงต่อเนื่อง หลังผลผลิตในประเทศแถบอเมริกาใต้ออกสู่ตลาดมากขึ้น
โดยเฉพาะบราซิลที่ประเมินว่าจะปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อน และอาจทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ขณะที่วัตถุดิบข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งหลักๆ จัดหาในประเทศไทย คาดว่าราคาเริ่มมีเสถียรภาพ
มากขึ้น หลังจากผลผลิตออกสู่ตลาดใกล้เคียงกับความต้องการใช้ในประเทศไทย บวกกับราคา
ต่างประเทศมีทิศทางอ่อนตัว จึงช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยในปี 2556 ดีขึ้นจากปี 2555
คงคำแนะนำ ซื้อ...ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปมาก เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว
ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ ซื้อ CPF กำหนดให้มูลค่าพื้นฐานปี 2556 (อิง PER 17
เท่า) เท่ากับ 38.38 บาท ทั้งนี้ ราคาหุ้นปัจจุบันเชื่อว่าผ่านการปรับฐาน ซึ่งสะท้อนปัจจัยลบไป
ค่อนข้างมากแล้ว จึงเป็นโอกาสดีให้ซื้อสะสมเพื่อการลงทุน นอกจากนี้ CPF ประกาศจ่ายเงินปั้น
ผลงวด 2H55 เท่ากับ 0.50 บาท/หุ้น คิดเป็น Div yield ที่ระดับ 1.5% สำหรับงวดครึ่งปี โดยขึ้น
เครื่องหมาย XD วันที่ 3 พ.ค.56 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 23 พ.ค.56
ข่าว การลงทุนใน หุ้น จาก www.efinancethai.com (กด CTRL+F ค้นหาชื่อหุ้น) Click วันละครั้ง เพื่อสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้กับผู้ทำ Blog และขอขอบคุณสำหรับทุก Click ที่สนับสนุนค่ะ
วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
CPF มูลค่าพื้นฐาน 38.38 บาท
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น