วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

CPF ราคาพื้นฐาน 37.25 บาท


บล.ฟิลลิป : CPF แนะนำ “ทยอยซื้อ” ราคาพื้นฐาน 37.25 บาท

กำไรสุทธิ 4Q55 ที่ 238 ล้านบาทลดลง y-y และ q-q
 CPF ประกาศกำไรสุทธิ 4Q55 ที่ 238 ล้านบาทลดลง 90% ทั้ง y-y และ q-q จาก
กำไรสุทธิ 2,403 และ 2,404 ล้านบาทตามลำดับ กำไรที่ประกาศมาต่ำกว่าคาดมากจากผล
กระทบของราคาเนื้อสัตว์ทั้งไก่, หมูและกุ้ง รวมถึงการดำเนินงานในต่างประเทศที่ได้รับผล
กระทบในทิศทางเดียวกัน
 ยอดขาย 4Q55 อยู่ที่ 94,220 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 79% y-y การดำเนินงานในไทยเพิ่ม
ขึ้น 5% y-y โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้นเพียง 2% มาจากสัดส่วนยอดขายในกลุ่ม Food 
เพิ่มขึ้น 11% ส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้น 19% จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายกลุ่ม Farm และ 
Food ราคาเนื้อสัตว์ที่อ่อนส่งผลให้ margin เหลือเพียง 7.9% ส่งให้มีขาดทุนจากการดำเนิน
งาน 1,588 ล้านบาท อีกทั้งยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนลดลง 6% q-q จากการดำเนินงาน
ในต่างประเทศที่ลดลงทำให้การดำเนินงานปกติจากธุรกิจหลักขาดทุนสูงถึง 2,171 ล้านบาท แต่
มีรายการพิเศษ 2,409 ล้านบาทมาจากกำไรจากการขาย CPALL 2,494 ล้านบาท กำ ไรจาก
อัตราแลกเปลี่ยน 28 และขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพ 113 
ล้านบาท การดำเนินงานปกติขาดทุน
 ทั้งปีกำไรสุทธิ 18,789.93 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 17% y-y โดยการดำเนินงานปกติจาก
ธุรกิจหลักกำไรเพียง 3,930 ล้านบาทลดลง 73% y-y โดยมีกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่า
ยุติธรรม 8,673 ล้านบาท กำไรจากการขายเงินลงทุน CPALL 6,009 ล้านบาท และกำไรจาก
การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพ 229 ล้านบาท โดยยอดขายเพิ่มขึ้น 73% y-
y อยู่ที่ 357,175 ล้านบาท การดำเนินงานในไทยเพิ่มขึ้น 3% y-y โดยยอดขายในประเทศเพิ่ม
ขึ้นเพียง 2% มาจากสัดส่วนยอดขายในกลุ่ม Food เพิ่มขึ้น 11% ส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้น 8% 
จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายกลุ่ม Farm และ Food ราคาเนื้อสัตว์ที่อ่อนส่งผลให้ margin เหลือ
เพียง 11.6% จาก 16.3%

คาดผลการดำเนินงานปี 2556 ฟื้นตัวตามราคาเนื้อสัตว์
 สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2556 คาดว่าจะฟื้นตัวจากราคาเนื้อสัตว์ ภายใต้
ราคาวัตถุดิบที่คาดว่าจะลดลงตั้งแต่ 2Q55 เป็นต้นไปจากผลผลิตที่มากในบราซิล รวมถึงการฟื้น
ตัวของการดำเนินงานในต่างประเทศ
 1) ธุรกิจไก่คาดว่าราคาเฉลี่ยจะไม่ต่ำกว่า 40 บาท/กิโลกรัม แต่คาดว่าราคาอาจไม่มี
เสถียรภาพจากวงจรการเลี้ยงที่สั้นทำให้
การเพิ่ม supply ทำได้เร็ว
 2) ธุรกิจหมู คาดว่าราคาจะเป็นขาขึ้นอีกครั้งจากการลดปริมาณการเลี้ยงลงจากราคา
ตกต่ำในช่วงที่ผ่านมา อีกทั้งวงจรการ
เลี้ยงที่ยาวทำให้คาดว่าราคาจะอยู่ในระดับสูงในปีนี้ ปัจจุบันราคาขายอยู่ที่ 64 บาท/กิโลกรัมซึ่ง
เป็นระดับที่เกินจุดคุ้มทุนไปแล้ว
 3) ธุรกิจกุ้ง คาดว่าจากปัญหาโรค EMS ที่เกิดขึ้นทำให้ supply กุ้งในไทยจะลดลง 
10-15% y-y แต่จะได้ชดเชยจากราคาที่
เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามคาดว่าธุรกิจดังกล่าวจะได้รับผลกระทบจากปัญหา EMS ไปในครึ่งปีแรก
 4) ธุรกิจในต่างประเทศคาดว่าจะฟื้นตัวโดยเฉพาะจีน, เวียดนามและอินเดีย
 ทางฝ่ายประมาณการยอดขาย 390,989 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 10% y-y และราคาเนื้อ
สัตว์ที่ฟื้นตัวจะทำให้อัตรากำไรกลับมาเพิ่มขึ้น y-y ส่วนการรับรู้กำไรจากเงินลงทุนใน CPALL 
คาดจะขยายตัว 8% y-y ประมาณการกำไรสุทธิ 14,318 ล้านบาทลดลง 24% y-y แต่หาก
พิจารณาเฉพาะจากการดำเนินงานปกติคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย y-y

คงคำแนะนำ “ทยอยซื้อ” ราคาพื้นฐาน 37.25 บาท
 คาดผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แนะนำ “ทยอยซื้อ” ราคาพื้นฐาน 37.25 
บาท

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น