บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
ณ วันที่ 26/02/56
ราคาตลาดที่ 46.75 บาท
P/E 38.91 บาท
P/BV 16.04 บาท
มีปันผล 0.90 บาท
- XD 02/05/2556
- ปันผล 20/05/2556
ธุรกิจ พาณิชย์
บล.เคจีไอ : CPALL แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 62 บาท
ภาพรวมผลการดำเนินงานยังคงแข็งแกร่ง
เรากลับออกมาจากการประชุมนักวิเคราะห์ของ CPALL ด้วยมุมมองที่ยังคงเป็นบวก
ไม่เปลี่ยนแปลง โดยผู้บริหารของ CPALL คาดว่าแนวโน้มธุรกิจร้านสะดวกซื้อยังคงสดใสต่อ
เนื่องในปี 2556 แม้การแข่งขันจะเข้มข้นขึ้นจากการเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ก็ตาม ซึ่งแนวโน้ม
ที่แข็งแกร่งมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อยู่ในระดับสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดต่างจังหวัด
และจากวิถีชีวิตของคนไทยที่เปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่สอดคล้องกับรูปแบบของร้านค้าสะดวก
ซื้อมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เครือข่ายสาขาที่กว้างขวางทั่วประเทศ ศุนย์กระจายสินค้า (DC) ที่ตั้งอยู่ใน
ทำเลยุทธศาสตร์ และพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดี คาดจะช่วยให้ CPALL สามารถ
รักษาความเป็นผู้นำในตลาดร้านค้าสะดวกซื้อเอาไว้ได้ โดยมีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิใน
ช่วงปี 2555-2558 สูงถึง 20.5% เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมายโดยวิธี DCF
เอาไว้ที่ 62.00 บาท
เจ้าตลาดร้านค้าสะดวกซื้อ
แม้การแข่งขันของธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อในประเทศไทยจะเข้มข้นขึ้นจากการเข้ามา
ของผู้เล่นรายใหม่อย่างเช่น Lawson ของค่ายสหพัฒน์ (SPC.BK/ SPC TB)และผู้เล่นรายเดิม
อย่างแฟมิลี่มาร์ท ซึ่งถูกซื้อไปโดยกลุ่มเซ็นทรัล แต่กลยุทธ์ของบริษัทในการที่จะเป็นผู้นำในธุรกิจ
นี้ โดยจะไม่ยอมเป็นผู้ตามน่าจะช่วยให้บริษัทสามารถรักษาความเป็นเจ้าตลาดเอาไว้ได้ ดังเห็น
ได้จากการที่ CPALL สามารถยึดครองตลาดได้ทั้ง 100% ตั้งแต่เริ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อใน
ประเทศไทยเมื่อปี 2546 และน่าจะสามารถรักษาความเป็นผู้นำในตลาดสะดวกซื้อโดยมีส่วนแบ่ง
ตลาดมากกว่า 60.0% ในอีก 5 ปีข้างหน้าเอาไว้ได้ ทั้งนี้หัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ CPALL
สามารถบรรลุเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนสาขาเป็น 10,000 สาขา ภายในปี 2561 น่าจะมาจาก
พนักงานที่ผ่านการอบรมมาอย่างดี และศูนย์กระจายสินค้า (DC) ที่พอเพียง ในขณะเดียวกันคู่
แข่งของบริษัทน่าจะต้องใช้เวลาที่นานในการที่จะไล่ตาม CPALL เนื่องจากการตั้ง DC ในทำเล
ยุทธศาสตร์ทำได้ยากกว่าและต้องใช้เวลานานในการฝึกอบรมพนักงานที่มีคุณภาพ
เริ่มต้นได้สวยในไตรมาสที่ 1/56
เราประเมินกำไรสุทธิของ CPALL ในไตรมาสที่ 1/56 จะอยู่ที่ 3.1 พันล้านบาท
เพิ่มขึ้น 14.0% YoY จาก i) กำลังซื้อในต่างจังหวัดที่อยู่ในระดับสูงจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น
300 บาททั่วประเทศ และราคาพืชผลที่สูง ii) การเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของ DC ทั้ง 5 แห่ง
ของบริษัทใน บางบัวทอง ลาดกระบัง สุราษฎร์ธานี ขอนแก่น และลำพูน หลังจากที่ต้องปิดศูนย์ที่
บางบัวทองลงชั่วคราวในปีที่แล้วจากปัญหาน้ำท่วม ซึ่งน่าจะช่วยสนับสนุนให้ same store sale
growth (SSSG) ในไตรมาสที่ 1/56 เพิ่มขึ้นจาก 5.9% ในไตรมาสที่ 1/55 เป็น 8.0%-
10.0%
คาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้นต่อเนื่องในปี 2556
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 เอาไว้ที่ 1.41 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.0%
YoY โดยสมมติฐานสำคัญได้แก่ i) การเปิดสาขาใหม่อีก 550 สาขาจากทั้งหมด 6,822 สาขาใน
ปี 2555 เพื่อตอบสนองต่อวิถีชีวิตของคนไทยที่เปลี่ยนแปลงไป และมีอัตรา SSSG อยู่ที่ 5.5%
ซึ่งจะช่วยให้ยอดขายในปี 2556 โต 12.2% YoY เป็น 2.117 แสนล้านบาท ii) การจัดวางสินค้า
และการจัดส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ดี ทั้งสินค้าประเภทอาหารและไม่ใช่อาหารน่าจะช่วยให้
CPALL มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 25.9% จาก 25.8% ในปี 2555 และ iii)ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น
จากต้นทุนค่าขนส่งที่ลดลงหลังจากที่เพิ่ม DC ในจังหวัดสมุทรสาครและโกดังเก็บสินค้าแห่งใหม่
ในจังหวัดชลบุรีในปี 2556 ซึ่งจะช่วยลดสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายลงมาเหลือ 21.9% ในปี
2556 จาก 23.9% ในปี 2555
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 62 บาท
แนวโน้มที่สดใสของธุรกิจค้าปลีก และความเป็นเจ้าตลาดของบริษัทน่าจะช่วยให้บริษัท
สามารถทำสถิติกำไรสุทธิสูงสุดใหม่ได้ทุกปีตั้งแต่ปี 2556-2557 เป็นต้นไป เราจึงยังคงคำแนะ
นำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมายซึ่งคำนวณโดยวิธี DCF เอาไว้ที่ 62 บาท
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น