บล.ฟิลลิป : BBL แนะนำ “ทยอยซื้อ” ราคาพื้นฐาน 235 บาท
ผู้บริหารธนาคารมีมุมมองเป็นบวกมากต่อการเติบโตในปีนี้
BBL ได้จัดงาน Analyst meeting เพื่อเปิดเผยแนวทางในการดำเนินธุรกิจในปี 2556
ซึ่งทางผู้บริหารของ BBL นั้นมีมุมมองเป็นบวกมากต่อการเติบโตของ BBL ในปีนี้ โดยมองว่า
วัฏจักรการลงทุนที่จะมีต่อเนื่องในปีนี้จากความต้องการสินเชื่อของธุรกิจขนาดใหญ่ในการ
ขยายกำลังการผลิต, การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล, การลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน
โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV หรือประเทศกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาน ซึ่งทาง BBL นั้น
มองว่ามูลค่าการส่งออกไปกลุ่มประเทศดังกล่าวอาจจะมากกว่ามูลค่าการส่งออกไปที่สหรัฐ
อเมริกาได้ในอีก 2 – 3 ปีข้างหน้า และเหตุผลสุดท้ายคือกิจกรรมทางเศรษฐกิจในต่างจังหวัดที่
เติบโตขึ้นมาก จะทำให้มีความต้องการใช้สินเชื่อเพิ่มมากขึ้น
ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเพิ่ม 6 – 8% ในปี 2556
จากหลายสาเหตุส่งเสริมดังกล่าว BBL ได้ตั้งเป้าที่จะปล่อยสินเชื่อเพิ่มในปี 2556 อีก
6 – 8% ซึ่งเป็นการตั้งเป้าเท่ากับปีก่อน แต่เป็นระดับที่ทาง BBL มั่นใจว่าสามารถที่จะทำได้
ค่อนข้างแน่นอน จากปีที่ผ่านมา BBL ก็สามารถปล่อยสินเชื่อได้เกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 9% โดย
ในปีนี้สินเชื่อธุรกิจขนสดใหญ่จะยังคงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สินเชื่อโดยรวมของ BBL เติบโตขึ้น
แต่ SME จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยการเติบโตของสินเชื่อของ BBL ด้วย
สินเชื่อเดือน ม.ค. หดตัวลง 0.3 %m-m
BBL รายงานแบบแสดงสินทรัพย์และหนี้สินเดือน ม.ค. มีสินเชื่อหดตัวลง 0.3% m-m
ซึ่งเราคาดว่าจะมาจากการชำระคืนของลูกค้าสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นปกติที่ในช่วงต้นปีสิน
เชื่อจะหดตัวลงจากการชำระคืนสินเชื่อของลูกค้ากลุ่มนี้หลังจากมีการเบิกใช้มากในช่วงปลายปี
มีแผนเพิ่มรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยให้สูงมากขึ้น
BBL มีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย จากที่ผ่านมา BBL เป็นธนาคารที่มี
สัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำเพียง 27%ของรายได้ทั้งหมด เปรียบเทียบกับกลุ่มที่มี
รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเฉลี่ย 34%
ปัจจัยพื้นฐานของ BBL มีความพร้อมที่จะรองรับการเติบโตได้
เรามองว่า BBL มีความพร้อมที่จะรองรับการเติบโตได้ โดย BBL นั้นเป็นธนาคารที่มี
ความเชี่ยวชาญทางด้านสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่อยู่แล้ว มีเครือข่ายสาขาในต่างประเทศที่พร้อม
จะรองรับความต้องการของลูกค้าที่จะไปลงทุนในต่างประเทศ ทางด้านสภาพคล่อง ณ สิ้นปี
2555 BBL มีสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากเพียง 88% ทำให้มีสภาพคล่องเพียงพอที่จะรองรับการ
เติบโตของสินเชื่อได้ นอกจากนี้ BBL ยังเป็นธนาคารที่มีสัดส่วนสำรองต่อ NPL สูงถึง 207% ซึ่ง
เป็นระดับที่สูงที่สุดในระบบธนาคาร ทำให้มีความพร้อมที่จะรองรับความเสี่ยงได้มากและไม่มี
ความจำเป็นที่จะต้องตั้งสำรองระดับสูงในกรณีที่สินเชื่อกลายเป็น NPL
ยังเลือกเป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม ราคาพื้นฐาน 235 บาท แนะนำ “ทยอยซื้อ”
เรายังคงเลือก BBL เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่มธนาคารจากการที่เราคาดว่า BBL จะได้
ประโยชน์จากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ทั้งจากรัฐบาล และเอกชน โดยเรายังคงประมาณการ
กำไรสุทธิปี 2556 ของ BBL ไว้ที่ 36 พันล้านบาท และคาดว่าจะมีการจ่ายปันผลจากผล
ประกอบการปี 2556 7 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend yield 3.2% ส่วนปันผล่ครึ่งหลังปี 2555 เรา
คาดว่าจะมีการจ่ายอีก 4.50 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend yield 2% หลังจากมีการจ่ายปันผล
ระหว่างกาลไปแล้ว 2 บาท/หุ้น ยังคงราคาพื้นฐานของ BBL ไว้ที่ 235 บาท และยังแนะนำ
“ทยอยซื้อ”
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น