วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

BANPU ราคาเป้าหมาย 387 บาท

บล.โกลเบล็ก : BANPU แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมายปี 56 ที่ 387 บาท

 แจ้งกำไรสุทธิปี 55 หดตัว 54%yoy  พร้อมประกาศซื้อหุ้นคืน 13.56 ล้านหุ้น
	BANPU ประกาศกำไรสุทธิ 4q55 และปี 55ออกมาใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้โดยมี
กำไรสุทธิ 1,512 ล้านบาท ลดลง 33%qoq และ57%yoy ส่วนทั้งปีมีกำไรสุทธิรวมที่ 9,293 
ล้านบาทลดลง 54%yoy กำไรสุทธิที่หดตัวแรงเป็นผลจากการลดลงของราคาถ่านหินและในปีที่
ผ่านมาไม่มีกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนเหมือนปี 54 ส่วนปีนี้เรายังมีมุมมองเชิงลบต่อ
แนวโน้มผลประกอบการของ BANPU โดยคาดกำไรสุทธิจะลดลงจากแรงกดดันของราคาถ่าน
หินที่ยังลดลงโดยเราคาดกำไรสุทธิปี 56 ประมาณ 8,782 ล้านบาทลดลง 6%yoy ด้านเงินปันผล 
BANPU ประกาศจ่ายปันผลครึ่งปีหลังอีก 9 บาทต่อหุ้นคิดเป็น Dividend Yield ที่ 2.2% XD 
วันที่ 05 เม.ย. 2556 และจ่ายปันผล 26 เม.ย.56 นอกจากนี้ BANPU ยังสร้างความเชื่อมั่นให้
กับนักลงทุน และสะท้อนฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัทด้วยการประกาศซื้อหุ้นคืน
ประมาณ 13.56 ล้านหุ้นซึ่งส่งผลบวกต่อจิตวิทยาการลงทุนและทำให้กำไรต่อหุ้นรวมถึงเงินปันผล
ต่อหุ้นเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามด้านคำแนะนำเนื่องจากแนวโน้มกำไรสุทธิที่ยังหดตัวในปีนี้ เราจึง
แนะนำเพียง “ถือ” โดยมีราคาเป้าหมายปี 56 ที่ 387 บาท

ประเด็นการลงทุน
	BANPU แจ้งกำไรสุทธิ 4q55 ลดลง 33%qoqและ57%yoyส่วนทั้งปีหดตัว 54%
yoy :BANPU แจ้งกำไรสุทธิ4q55 ออกมาใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้โดยมีกำไรสุทธิ 
1,512 ล้านบาท ลดลง 33%qoq และ57%yoy ส่วนทั้งปีมีกำไรสุทธิรวมที่ 9,293 ล้านบาทลด
ลง 54%yoy กำไรสุทธิที่หดตัวแรงใน4q55 เป็นผลจากบริษัทมีราคาขายถ่านหินลดลงโดย
เฉพาะจากเหมืองในอินโดซึ่ง 4q55 มีราคาขายเฉลี่ยที่ 81$/tonลดลงจาก 88 $/tonใน3q55 
และจาก 102.84$/tonใน 4q54 นอกจากนี้บริษัทยังมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม
(BLCP) ลดลงจาก 899 ล้านบาทใน 3q55 เหลือเพียง 270 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิรวมทั้งปีที่
หดตัวเป็นผลจาก1) ไม่มีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนเหมือนปี54 ซึ่งมีกำไร 8,254 ล้าน
บาท 2) ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยลดลงจาก 96.27$/ton ในปี 54 เป็น 90.98$/ton ในปี 55 และ 
3)ต้นทุนผลิตถ่านหินเพิ่มขึ้นจากเฉลี่ย 48.18$/ton ในปี 54 เป็น 51.89$/ton
	คาดกำไรสุทธิ ปี56 ลดลง 6%yoy : เรายังมีมุมมองเชิงลบต่อแนวโน้มผล
ประกอบการในปีนี้ โดยคาดกำไรสุทธิจะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาเป็นผลจาก 1)คาด
บริษัทจะมีราคาขายถ่านหินเฉลี่ยลดลงเนื่องจาก 70% ของปริมาณขายในปีนี้บริษัททำสัญญาขาย
ไว้แล้วโดยมีราคาขายเฉลี่ยที่ 80$/ton ซึ่งลดลงจากเฉลี่ย 90.98$/ton ในปี55 และ2)คาดมี
กำไรจากการทำอนุพันธ์ทางการเงินลดลง เพราะในปีนี้บริษัทยังไม่มีแผนที่จะป้องกันความเสี่ยง
จากความผันผวนของราคาถ่านหินดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่ปีนี้ BANPU จะไม่มีกำไรจากการทำ
อนุพันธ์ทางการเงินเหมือนปี 55 ที่มีกำไรจากรายการดังกล่าวสูงถึง 2,290 ล้านบาท อย่างไรก็
ตามเราคาดว่ากำไรสุทธิในปีนี้จะไม่ลดลงมากเนื่องจากยังมีแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของปริมาน
ขายถ่านหินโดยเฉพาะเหมืองในอินโดซึ่งคาดว่าจะมีปริมานขายเพิ่มขึ้นจาก 27 ล้านตันในปี55 
เป็น 29 ล้านตันมาช่วยชดเชย
	สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักทุนผ่านการซื้อหุ้นคืน : เพื่อเป็นการสร้างความ
เชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และสะท้อนฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท และเป็นการส่ง
สัญญาณว่าราคาหุ้นของบริษัทมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง บริษัทจึงประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน
โดยมีวงเงินซื้อคืน 6,150 ล้านบาท มีจำนวนหุ้นที่ซื้อคืน 13.56 ล้านหุ้นคิดเป็น 5% ของหุ้นที่
จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด มีระยะเวลาที่จะซื้อหุ้นคืนตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.- 14 ก.ย.56 ราคาที่ซื้อคืน
ไม่เกินราคาปิดเฉลี่ยของราคาปิด 5 วันทำการก่อนการซื้อขายแต่ละครั้ง และจะจำหน่ายหุ้นที่ซื้อ
คืนภายหลัง 6 เดือนนับตั้งแต่การซื้อหุ้นคืนเสร็จสิ้น สำหรับผลกระทบที่มีจากโครงการนี้คือ 1) 
จำนวนหุ้นที่ใช้คำนวณกำไรต่อหุ้นลดลง ประมาณ 5% 2) กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) เพิ่มขึ้น 5% 
3) เงินปันผลต่อหุ้นเพิ่มขึ้นเนื่องจากหุ้นที่ซื้อคืนไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผล และ 4) ส่วนผู้ถือหุ้นลด
ลงซึ่งจะทำให้ ROE เพิ่มขึ้นเนื่องจากรายการซื้อหุ้นคืนจะเป็นรายการหักออกจากส่วนของผู้ถือ
หุ้นในงบดุล
	คงคำแนะนำ “ถือ”โดยมีราคาเป้าหมายปี 56 ที่ 387 บาท(หากรวมโครงการซื้อ
หุ้นคืนราคาเป้าหมายจะเพิ่มขึ้นเป็น 406 บาท : แม้โครงการซื้อหุ้นคืนจะทำให้บริษัทมี 
EPS และราคาเป้าหมายที่คำนวณจาก P/E Ratio สูงขึ้นจากเดิม 5% จาก 387 บาทเป็น 406 
บาทแต่เนื่องจากโครงการดังกล่าวจะเกิดขึ้นในช่วง วันที่ 15 มี.ค.- 14 ก.ย.56 ดังนั้นในปัจจุบัน
เราจึงคงคาดการณ์ EPS และราคาเป้าหมายไว้ตามเดิมที่ 387 บาทพร้อมกับคงคำแนะนำ ถือ 
เพื่อรับเงินปันผลซึ่ง BANPU ประกาศจ่ายปันผลครึ่งปีหลังอีก 9 บาทต่อหุ้นคิดเป็น Dividend 
Yield ที่ 2.2% และเมื่อรวมกับ 1H55 ที่จ่ายไปแล้ว 9 บาททำให้รวมทั้งปีมีเงินปันผลจ่าย
ประมาณ 18 บาทคิดเป็น Dividend Yield ที่ 4.5% โดยมีกำหนด XD วันที่ 05 เม.ย. 2556 
และจ่ายปันผล 26 เม.ย.56

เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์ 


อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น