วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 26/02/56


บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 26/02/56  

หลังแบ่งส่วนทำกำไรไปแล้ว ถ้าจะเลือกหุ้นเข้าซื้อใหม่ควรรอดูจังหวะก่อน!!
             กลยุทธ์ : SET ยังมีแนวโน้มอ่อนตัวลงต่ออีกครั้ง ดังนั้นหลังจากแบ่งส่วนขายทำกำไรใน
ช่วงบวกไปแล้ว ถ้าจะเข้าซื้อเพื่อเทรดดิ้งใหม่ ควรรอช่วงตลาดอ่อนตัวลงก่อนดีกว่า
             หุ้นเด่นทางเทคนิค  RML , TVD , BLA(SBL)
             แนวโน้ม แม้ว่าในช่วงวันหยุดเมื่อวานนี้(25 ก.พ.) บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้น
เอเชียจะค่อนข้างสดใส เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปเมื่อคืนวันศุกร์ปิดบวกกันได้ค่อนข้างดี 
จากถ้อยแถลงของประธานเฟดที่ช่วยคลายความกังวลที่ว่าเฟดอาจจะยุติมาตรการกระตุ้นตลาดใน
เร็วๆ นี้ลงได้ แต่เมื่อคืนนี้ดัชนีดาวโจนส์กลับมาปิดปรับตัวลดลงถึงกว่า 1.5% ซึ่งเป็นการปิดดิ่งลง
ในวันมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. หลังการเลือกตั้งในอิตาลีบ่งชี้ว่ากลุ่มที่คัดค้านการปฎิรูป
เศรษฐกิจได้เสียงข้างมาก ทำให้เกิดความวิตกว่าปัญหาหนี้ยุโรปอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
โลกอีกครั้ง โดยดัชนีความผันผวน(VIX Index) ก็ปิดพุ่งขึ้นถึง 34.02% ส่งผลให้ตลาดเอเชีย
เช้านี้กลับมาปรับตัวลดลงกันอีกครั้ง ขณะที่ SET ในช่วงท้ายของสัปดาห์ที่แล้วแม้ว่าจะดีดกลับ
ขึ้นได้แรงดี แต่ยังปรากฎยอดขายของนักลงทุนต่างประเทศอยู่ รวมทั้งคาดว่าสัปดาห์นี้นักลงทุนยัง
รอติดตามการเจรจาเพื่อหาทางระงับการปรับลดงบประมาณอัตโนมัติของสหรัฐที่จะมีผลในวันที่ 
1 มี.ค.นี้อีกด้วย ทำให้ FSS คาดว่า SET จะยังอยู่ในลักษณะแกว่งผันผวน และยังมีโอกาสที่จะ
ปรับพักตัวลงอีกครั้งได้
             แนวรับ  1537-1535 , 1530-1527 จุด   แนวต้าน 1543-1547 , 1552-1555 จุด
Fund Flow วันศุกร์ที่ผ่านมาไหลเข้าตลาดหุ้นอินโดและเกาหลีใต้ แต่ไหลออกจากตลาดหุ้น
ไต้หวันและไทย สุทธิยังเป็นไหลเข้า แนวโน้ม Fund Flow น่าจะเบาบางความกังวลเกี่ยวกับการ
ตัดลดงบประมาณของสหรัฐและการเลือกตั้งในอิตาลี

ข่าว/หุ้นเด่นมีประเด็น
	(-) ล่าสุด 59% ของบจ.รายงานกำไรต่ำกว่าคาด โดย 69 บริษัทใน FSS Coverage 
รายงานกำไรสุทธิ 1.19 แสนล้านบาท หากตัดรายการพิเศษออกไป เป็นกำไรปกติ 1.26 แสนล้าน
บาท -24% Q-Q, +50% Y-Y ต่ำกว่าเราคาด 11% กลุ่มที่กำไรต่ำกว่าคาดส่วนใหญ่คือกลุ่ม
พลังงานและปิโตรเคมี ส่วนกลุ่มที่กำไรดีขึ้นและดีกว่าคาดคือกลุ่มรับเหมา ที่อยู่อาศัย และกลุ่ม
เหล็ก จากการรายงานล่าสุดทำให้กำไรปกติทั้งปี 2012 โต 9% ลดลงจากเดิมที่เราคาดโต 
11% แต่ก็ทำให้อัตราการเติบโตของกำไรปียี้เพิ่มเป็น 24% จากฐานที่ต่ำลงในปีก่อน เรายังคง 
SET Target ปีนี้ 1,650 จุด 
	(+) CPALL เราปรับราคาเป้าหมายเป็น 58 บาทจาก 51 บาท หลังผู้บริหารเผยแผน
ระยะยาวโดยตั้งเป้า 10,000 สาขาภายในปี 2019 (สิ้นปี 2012 มี 6,822 สาขา) จากเป้าเดิมที่ 
7 พันสาขาภายในปี 2015 การขยายสาขาปีละ 550-600 แห่งถึงปี 2019 ทำให้เราคาดกำไร
สุทธิปี 2013-19 โตเฉลี่ย 19% โดยคาดปีนี้โต 34% คิดเป็น PE to Growth (PEG) 1.04 
เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1.1 เท่า ถือว่ายังไม่แพงเกินไป ยังคงแนะนำซื้อ
	(+) CK เราปรับราคาเป้าหมายเป็น 34.90 บาทจาก 19 บาท หลังปรับกำไรปีนี้ขึ้นอีก 
6% และปรับ Target PBV ขึ้นเป็น 4 เท่าจากเดิม 2.6 เท่า และปรับมูลค่าของ TTW และ 
BECL ที่ CK ถืออยู่ เพิ่มขึ้น แนะนำซื้อ ระยะสั้นมีปัจจัยการ IPO ของ CKP ในช่วง 2Q13  
	(+) PS กำไรดีกว่าคาดเล็กน้อย +26% Q-Q, +256% Y-Y เป็น 1,262 ล้านบาท
ใน 4Q12 มีแนวโน้มปรับประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายปีนี้ขึ้น (เป้าหมายปัจจุบัน 30 
บาท) หลังประชุมนักวิเคราะห์เช้านี้ จากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีกว่าคาด แนะนำถือ 
	(+) PTT กำไรใน 4Q12 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย -37% Q-Q, +29% Y-Y เรายังคง
ประมาณการกำไรปีนี้ที่คาด +10% ปัจจุบันยังมี PE เพียง 8.6 เท่า แนะนำซื้อ เป้าหมาย 400 
บาท 
	(-) BLA แม้ว่ากำไร 4Q12 จะน่าผิดหวังโดยต่ำกว่าคาดถึง 20% จากรายได้ค่าเบี้ย
ประกันรับน้อยกว่าคาดและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงกว่าคาด แต่เราปรับกำไรปี 2013 และ
ปี 2014 ขึ้น 12% และ 9% ตามลำดับเป็น 4.6 พันล้านบาท โต 24% เป็น 5.5 พันล้านบาท โต 
20% จากอัตราภาษีที่ลดลงหลัง BLA เปลี่ยนการบันทึกบัญชี ทำให้ราคาเป้าหมายเพิ่มเป็น 66 
บาทจาก 64 บาท เราจึงยังคงคำแนะนำ ขายทำกำไร
	(-) IVL กำไรน่าผิดหวังมาก โดยกำไรใน 4Q12 ลดลงเหลือเพียง 129 ล้านบาท -
91% Q-Q เราปรับลดกำไรปี 2013 ลง 31% ปัจจุบันยังมี PE สูงถึง 24.7 เท่า แนะนำขาย 
	XD วันนี้: DELTA (2.40 บาท), 5 มี.ค.: KSL (0.50 บาท)  
	ตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมาร่วงแรงสุดตั้งแต่เดือน พ.ย. โดยร่วงลง 216.40 จุด 
เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อผลการเลือกตั้งที่ยังไม่ชี้ขาดของอิตาลี ซึ่งทำให้ยังคงมีความเสี่ยงต่อ
เศรษฐกิจ
	ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อคืนที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ แต่ความไม่แน่นอนของการเลือกตั้ง
อิตาลียังคงกดดันตลาดและเป็นความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
	ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดเช้านี้ปรับตัวลงในแดนลบ จากบรรยากาศการลงทุนที่ไม่ค่อย
สดใสนักจากปัจจัยทางฝั่งยุโรป
	ค่าเงินบาทแกว่งทรงตัว คาดวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 29.75-29.88 บาท/ดอลลาร์
สหรัฐ
	น้ำมันดิบในตลาด NYMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. ขยับลง 0.02 ดอลลาร์มาปิดตลาดที่ 
93.11 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังยังกังวลต่อผลการเลือกตั้งของอิตาลี
	ทองคำในตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. เพิ่มขึ้น 13.80 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 
1586.60 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังร่วงลงแรงในช่วงก่อนหน้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น