วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

TMC ปันผล 0.12 บาท


TMC เครื่องร้อนโชว์กำไรปี55 กระฉูด 318%  บอร์ดสั่งปันผลเพิ่มอีก 0.12 บ./หุ้น ลั่นขอ
ทำผลงานปีนี้โตต่อไม่ต่ำกว่า 25%

                TMC  สุดฮอตโชว์ปี 55 กวาดกำไรเข้ากระเป๋า 135.53 ล้านบาท  คิดเป็นอัตราเพิ่ม
ขึ้น 318.04 %  เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 32.42 ล้านบาท  ด้านบอร์ด
ไฟเขียวจ่ายเงินปันผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเพิ่มอีกในอัตราหุ้นละ 0.12 บาท หลังจ่ายระหว่างกาลไป
แล้วหุ้นละ 0.09 บาท  กำหนดจ่าย 17 พฤษภาคมนี้  รวมจ่ายทั้งปี 0.21 บาทต่อหุ้น  'สุรเชษฐ์   
กมลมงคลสุข' ระบุเบื้องหลังของความสำเร็จ เนื่องจากบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่  
1,002.87 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 669.88 ล้านบาท  หลังจากภาครัฐสนับสนุน
ให้ใช้รถยนต์ Eco Cars และการเพิ่มมาตรการประหยัดภาษีสำหรับรถยนต์คันแรก  ขณะที่อัตรา
กำไรขั้นต้นได้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน  พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้โตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 25%  
 
              นายสุรเชษฐ์   กมลมงคลสุข   ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร   บริษัท ที.เอ็ม.ซี. 
อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMC  เปิดเผยถึง ผลการดำเนินงานงวดปี 2555 สิ้นสุดวันที่ 
31 ธันวาคม 2555  โดยมีกำไรสุทธิเท่ากับ 135.53 ล้านบาท  เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมี
กำไรสุทธิเท่ากับ 32.42 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 318.04  % เนื่องจากรายได้จากการขาย
และบริการของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 669.88 ล้านบาท เป็น 1,002.87 ล้านบาท เป็นผลมาจาก
มาตรการของภาครัฐที่สนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์ที่มีคุณสมบัติในการประหยัด
พลังงาน (Eco Cars)  และการเพิ่มมาตรการประหยัดภาษีสำหรับรถยนต์คันแรก  จึงส่งผลให้ค่าย
รถยนต์ต่าง ๆ เร่งกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้า และมีความต้องการเครื่องเพ
รสระบบ ไฮดรอลิคเพิ่มขึ้น
            ประกอบกับในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมาทำให้เครื่องเพรสของ
ลูกค้าได้รับความเสียหายไม่สามารถใช้งานได้  จึงทำให้ลูกค้ามีความต้องการใช้บริการในการ
ซ่อมแซมและดูแลรักษาเครื่องจักรเพิ่มขึ้น และบางรายที่ไม่สามารถรอการซ่อมแซมได้ จึงหันมา
สั่งซื้อเครื่องเพรสใหม่ทดแทนเครื่องเพรสเดิมที่ชำรุด  ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ยอด
ขายของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นคิดเป็น  49.71 % เมื่อเปรียบงวดเดียวกันของปีก่อน และจาก
เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้บริษัทมีลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้นด้วย
           นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย เครื่องทดสอบแม่พิมพ์
ขนาดใหญ่ ซึ่งมีความยากและซับซ้อนในการผลิตและการส่งออกเครื่องเย็บขอบชิ้นงานไปต่าง
ประเทศ  จึงทำให้บริษัทกำหนดอัตรากำไรขั้นต้นได้สูงกว่าเครื่องจักรประเภทอื่น และครอบคลุม
ไปถึงการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นจากการให้บริการเนื่องจากลูกค้ามีความต้องการในการ
ซ่อมแซมเครื่องจักรสูง จึงเป็นโอกาสทางการตลาดที่บริษัทสามารถเลือกให้บริการสำหรับลูกค้าที่
ให้ผลตอบแทนสูง และการบริหารต้นทุนในการผลิตให้เป็นไปตามงบประมาณที่เสนอลูกค้า  ขณะ
ที่ต้นทุนทางการเงินได้ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 49.79%  เนื่องจากบริษัทมียอดขายเพิ่ม
ขึ้นทำให้บริษัทมีสภาพคล่องมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีความต้องการใช้วงเงินสินเชื่อลดลง รวมถึง
บริษัทมีการชำระคืนเงินกู้ยืมแก่สถาบันการเงินภายหลังบริษัทได้รับเงินเพิ่มทุนจากการขายหุ้นให้
แก่ประชาชน 
         'ผมเชื่อว่าผลการดำเนินงานในปี  2556 จะมีทิศทางเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่าน
มา  โดยคาดว่าจะมีอัตราการขยายตัวไม่ต่ำกว่า 25%  เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ยังเป็นขา
ขึ้น ถือเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ธุรกิจของบริษัทมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก  ขณะที่เครื่องจักรของ
บริษัทมีความทันสมัย สามารถรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าที่หลากหลาย อีกทั้งบริษัทจะทยอยรับรู้
รายได้จากงานในมือ(Backlog) ที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 343 ล้านบาท  จึงน่าจะเป็นปัจจัยบวกที่ผลัก
ดันให้ผลการดำเนินงานของบริษัทขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง'นายสุรเชษฐ์กล่าว
        พร้อมกันนี้ จากผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว  คณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2556  
จึงมีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 2555 (1 ก.ค.--31 ธ.ค.55) เพิ่มอีกในอัตราหุ้น
ละ   0.12  บาท  เมื่อรวมกับที่จ่ายเงินปันผลงวดระหว่างกาล ( 1 ม.ค.-30 มิ.ย.55)  ไปในอัตรา
หุ้นละ 0.09 บาท เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2555  ส่งผลให้บริษัทจ่ายปันผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น
งวดปี 2555 ในอัตราหุ้นละ 0.21 บาท   โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 
29 เมษายน 2556 และให้รวบรวมรายชื่อตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ โดย
วิธีปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 30 เมษายน 2556 (XD ในวันที่ 25 เมษายน 2556) และกำหนดจ่าย
เงินปันผลในวันที่ 17  พฤษภาคม 2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น