วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

MK โชว์กำไรไตรมาส 4/2555 พุ่ง 80.80%


บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน)
ณ วันที่ 22/02/56
ราคาตลาดที่    4.74     บาท
P/E              20.05     บาท
P/BV         0.83  บาท
ปีที่แล้วมีปันผล 
ธุรกิจ   พัฒนาอสังหาริมทรัพย์

MK โชว์กำไรไตรมาส 4/2555 พุ่ง 80.80% 
                    
            MK เผยยอดรับรู้รายได้ 466.86 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 82.87 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 
4/2555 สูงขึ้นกว่าไตรมาสที่ผ่านมาถึง 80.80% และเพิ่มขึ้น 214.74% จากปีที่ผ่านมา พร้อม
โชว์ยอดขายรอการรับรู้รายได้ในปี 2556 อีก 1,300 ล้านบาท เป็นคอนโดเด็น วิภาวดีกว่า 800 
ล้านบาท ซึ่งอยู่ในช่วงส่งมอบและโอนกรรมสิทธิ์  

            นายชวน  ตั้งมติธรรม  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท  มั่นคงเคหะการ  จำกัด 
(มหาชน)  หรือ MK ผู้พัฒนาโครงการ “ชวนชื่น” และ “สิรีนเฮ้าส์”  เปิดเผยว่า  บริษัทฯ รับรู้รายได้
จากการขายและบริการ ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 จำนวน 466.86 ล้านบาท เติบโตขึ้น 
20.89% จากไตรมาสที่ผ่านมา และเติบโตขึ้นกว่าเท่าตัวจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่
ที่ 231.22 ล้านบาท 
           ทั้งนี้ เนื่องจากปลายปี 2554 ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่  รวมผล
ประกอบการประจำปี 2555 บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้จากการขายและบริการรวม 1,724.24 
ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.04% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยโครงการหลักที่สร้างรายได้ในปีนี้ ได้แก่ 
ชวนชื่นเพชรเกษม, ชวนชื่นโมดัส เซนโทร และเบลล์พาร์ค-ชวนชื่นซิตี้  ทั้งนี้บริษัทฯ มียอดขาย
รอรับรู้รายได้ (Backlog) ยกไปในปี 2556 ประมาณ 1,300 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดจากคอนโดมิ
เนียมเด็น วิภาวดี กว่า 800 ล้านบาท 
             ส่วนปัจจุบันอยู่ระหว่างการทยอยส่งมอบและโอนกรรมสิทธิ์แก่ลูกค้าในปี 2555 บริษัทฯ 
มีกำไรเบื้องต้น 654.63 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนกำไรเบื้องต้น (Gross Profit Margin) 
37.97% ลดลงจากปีที่ผ่านมา ซึ่งมีอัตราส่วนกำไรเบื้องต้น 39.99% สาเหตุหลักมาจากต้นทุน
ค่าก่อสร้างที่ปรับสูงขึ้นตามการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และบริษัทฯ มีสัดส่วนการรับรู้รายได้ทาวน์เฮ้าส์
(ซึ่งกำไรเบื้องต้นต่ำกว่าบ้านเดี่ยว)เพิ่มขึ้นจากที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในปีนี้อยู่
ที่ 361.89 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 365.74 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา อัตราส่วนค่าใช้จ่ายใน
การขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to sales) ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาจาก 
21.86%  เป็น  20.99% 
              นอกจากนี้ บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม เป็นเงิน 6.42 ล้าน
บาท จากที่เคยติดลบ -5.80 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เนื่องจากบริษัท สามัคคีซีเมนต์ จำกัด มี
การรับรู้รายได้จากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ บริษัทฯ เสียภาษีเงินได้ในปีนี้ในอัตรา 23% 
จากนโยบายที่รัฐบาลลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเพื่อชดเชยต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายภาษีเงิน
ได้จึงลดลงจาก 98.54 ล้านบาท เป็น 74.10 ล้านบาท หลังจากหักดอกเบี้ยและภาษีแล้ว บริษัทฯ 
มีกำไรสุทธิประจำไตรมาส 4/2555 จำนวน 82.87 ล้านบาท สูงขึ้น 80.80% จากไตรมาสที่ผ่าน
มา และเพิ่มขึ้น 214.74% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา กำไรสุทธิประจำปี 2555 เท่ากับ 
259.93 ล้านบาท คิดเป็น 0.30 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 11.07% จาก 234.02 ล้านบาทในปีที่ผ่าน
มา ส่งผลให้อัตราส่วนกำไรสุทธิ  (Net Profit Margin) ในปีนี้เท่ากับ 14.71% สูงขึ้นจากอัตรา 
13.63% ในปีที่ผ่านมา 
            ในส่วนของสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 586.30 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จาก 6,773.18 
ล้านบาท เป็น 7,359.48 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ ได้ลงทุนเพิ่มขึ้นในการพัฒนาโครงการ โดย
เฉพาะคอนโดมิเนียมซึ่งรอการส่งมอบในไตรมาสที่ 1/2556 เป็นต้นไป สำหรับหนี้สินปรับตัวเพิ่ม
ขึ้น 480.65 ล้านบาท จาก 1,871.93 ล้านบาท เป็น 2,352.58 ล้านบาท จากการกู้เพิ่มเพื่อนำ
มาพัฒนาโครงการ และซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อรองรับการขยายตัวในปีถัดไป ทั้งนี้ หนี้สินระยะสั้นที่ปรับ
ตัวสูงขึ้นจาก 7.09 ล้านบาท เป็น 300.13 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ ได้ใช้เงินทุนหมุนเวียนจาก
ตั๋วเงินระยะสั้น (B/E) ทดแทนเงินกู้จากสถาบันการเงิน เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน สำหรับส่วน
ของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 105.65 ล้านบาท จากสิ้นปีที่ผ่านมา อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ณ 
สิ้นปี 2555 จึงปรับตัวสูงขึ้นจาก 0.38 เท่าเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา เป็น 0.47 เท่าณ.สิ้นปี 2555

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น