ณ วันที่ 19/02/56
ราคาตลาดที่ 1.37 บาท
P/E 0 บาท
P/BV 1.86 บาท
ไม่มีปันผล
ธุรกิจ ธุรกิจขนาดกลาง
LVTคว้างานใหม่ 4 โครงการ มูลค่า 1.7 พันลบ. ล่าสุดตุนงานในมือแล้ว 2 พันลบ.
“LVT” ส่อแววอนาคตสดใสภายหลังประสบความสำเร็จอย่างงดงาม จากการขายหุ้น
เพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม และเมื่อรวมกับขายหุ้นบางส่วนในบริษัทลูก ทำให้ฐานะทางการเงิน
แข็งแกร่งสามารถรับงานได้หลายโครงการ ขณะที่ตั้งแต่ต้นปี 2556 เดินหน้าเร่งเครื่องลุยหางาน
ใหม่ และคว้างานแล้ว 4 โครงการ มูลค่ากว่า 1,700 ล้านบาท มั่นใจยอดขายใหม่ปีนี้เป็นไปตาม
เป้าหมายระดับ 3,000 ล้านบาท หลังตุนงานในมือ 2,000 ล้านบาท และอนาคตจะเลือกลงทุนถือ
หุ้นในโครงการที่มีศักยภาพสูง เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างสินทรัพย์ถาวรและรายได้ที่มั่นคงระยะ
ยาว
นายแฮนส์ จอร์แกน เนียลเซ่น ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอล.วี.
เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ LVT ผู้นำธุรกิจด้านการให้บริการวิศวกรรม ออกแบบ คิดค้น
พัฒนา จัดหา และควบคุมการติดตั้งอุปกรณ์ในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยว
ข้อง ในหลายประเทศทั่วโลก เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทฯ ประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากการ
ขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม ขณะเดียวกัน ยังได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ถือหุ้นเดิม เนื่อง
จากมีผู้ถือหุ้นแสดงความจำนงจองซื้อมากกว่าสิทธิที่ตนเองได้รับมากกว่า 33% ก่อนหน้านี้
บริษัทฯ ก็ได้เร่งเดินหน้าสร้างยอดขายอย่างเต็มที่ ซึ่งตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันบริษัทฯได้งานใหม่
จำนวน 4 งาน มูลค่ารวมกว่า 1,700 ล้านบาท แบ่งเป็นรายละเอียดดังต่อไปนี้
1.โครงการก่อสร้างโรงงาน Porcelain ประเทศบราซิล มูลค่าโครงการ 400 ล้าน
บาท โดย Porcelain เป็นวัตถุดิบหนึ่งที่ใช้ในโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือห่างจาก
เมืองเซาท์เปาโล ประมาณ 500 กิโลเมตร 2.โครงการปรับปรุงเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตโรงงาน
ปูนซีเมนต์ขาว ประเทศมาเลเซีย โดยเพิ่มจาก 500 ตันต่อวันเป็น 1,000 ตันต่อวัน มูลค่า
โครงการ 270 ล้านบาท
3.โครงการก่อสร้างโรงงานบดซีเมนต์ ประเทศบาห์เรน กำลังการผลิต 500,000
ตันต่อปี มูลค่าโครงการ 270 ล้านบาท โดยโครงการนี้เป็นโครงการตามต้นแบบธุรกิจของ LVT
ซึ่งมีทั้งงานออกแบบโรงงานและระบบวิศวกรรมตลอดจนการจัดหาและติดตั้งเครื่องจักรและ
อุปกรณ์ในโรงงาน 4. โครงการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตซีเมนต์จากแบบเปียก(Wet
process) เป็นแบบแห้ง (Dry process) ซึ่งเป็นโรงงานปูนซีเมนต์ในประเทศพม่า มูลค่า
โครงการ 780 ล้านบาท
“ภายหลังบริษัทฯได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ถือหุ้น ในการใช้สิทธิ์จองซื้อหุ้นเพิ่ม
ทุนอย่างล้นหลามมาแล้วในก่อนหน้านี้ รวมถึงบริษัทฯเองได้ขายหุ้นบางส่วนในบริษัทลูก LNVT
ประเทศอินเดีย ทำให้บริษัทฯมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง รับงานได้หลายโครงการมากขึ้น
และตั้งแต่ต้นปี 2556 บริษัทฯ ได้เร่งเดินหน้าลุยหางานใหม่ โดยขณะนี้บริษัทฯ ได้งานใหม่เข้า
มาแล้วมูลค่ากว่า 1,700 ล้านบาท ซึ่งในหลักการมีการตกลงกันเรียบร้อยแล้ว และคาดว่า
โครงการทั้งหมดจะมีการลงนามในสัญญาได้ภายในไตรมาส 1 ปีนี้” นายเนียลเซ่น กล่าว
นายเนียลเซ่น กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯตั้งเป้ายอดขายใหม่ในแต่ละปีไว้ที่ 3,000
ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 1/2556 บริษัทฯ คาดว่าจะได้งานมูลค่ารวมมากกว่า 1,700 ล้านบาท
ทำให้บริษัทฯ มั่นใจว่าผลการดำเนินงานจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวไม่
นับรวมมูลค่างานที่อยู่ระหว่างการรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นปี 2555 ที่มีอยู่จำนวน 2,000
ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในอนาคตบริษัทฯ จะเลือกแนวทางการลงทุนใหม่โดยเข้าไปถือหุ้นใน
โครงการที่มีศักยภาพสูง เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างสินทรัพย์ถาวรและรายได้ที่มั่นคงให้
กับบริษัทฯ ในระยะยาว
ขณะที่ก่อนหน้าบริษัทฯ ประสบผลสำเร็จในการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่จัดสรรให้กับผู้
ถือหุ้นเดิม จำนวนไม่เกิน 172,846,175 หุ้น สัดส่วน 3 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาเสนอขาย
หุ้นละ1.25 บาท และแถมใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 3 (LVT-W3) โดยไม่คิดมูลค่า ซึ่งมีผู้ถือหุ้น
แสดงความจำนงจองซื้อมากกว่าสิทธิที่ตนเองได้รับสูงกว่า 33% ของจำนวนหุ้นเพิ่มทุนที่บริษัทฯ
กำหนดไว้ โดยบริษัทฯได้เงินจากการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 215.39
ล้านบาท
ขณะเดียวกัน บริษัทฯยังได้จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับบุคคลในวงจำกัดหรือ (PP)
จำนวนไม่เกิน 51,000,000 หุ้น ราคาเสนอขายหุ้นละ 1.25 บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอน
พิจารณาและดำเนินการ โดยคาดว่าการเจรจาขายหุ้น PP จะประสบผลสำเร็จในระยะเวลาอันใกล้
นี้ และหลังจากทุกอย่างดำเนินการเรียบร้อย บริษัทฯ จะได้เงินจากการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้
กับผู้ถือหุ้นเดิมและกลุ่ม PP รวมทั้งสิ้นประมาณ 280 ล้านบาท โดยบริษัทฯจะนำมาใช้เป็นเงิน
ทุนหมุนเวียนและขยายธุรกิจในอนาคต
| ||
| ||
| ||
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น