วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

LALIN


บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)


ราคาขณะนี้       3.74 บาท
P/E                  16.11 บาท
P/BV                 0.77 บาท
มีปันผล            
ธุรกิจ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์

LALIN  ตั้งเป้ารักษาการเติบโตของรายได้เฉลี่ยปีละ 15 - 20% จากปีนี้ที่คาดทำได้
2.25  พันลบ.

LALIN ตั้งเป้ารักษาการเติบโตของรายได้เฉลี่ยปีละ 15 - 20% จากปีนี้ที่คาดทำได้
2.25  พันลบ. พร้อมเพิ่มเป้ายอดขายปีนี้เป็น  2.65 พันลบ.จากเดิม 2.60 พันลบ. มั่นใจอัตรา
กำไรสุทธิสูงกว่าปีก่อน เผยครึ่งปีแรกเปิด 4 - 5 โครงการใหม่ จากเป้าหมายทั้งปี 8 - 10
โครงการ

  นายไชยยันต์ ชาครกุล  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
(มหาชน) หรือ LALIN เปิดเผยว่า บริษัทฯ จะพยายามรักษาอัตราการเติบโตของรายได้ให้อยู่
ระดับ 15 - 20% ต่อเนื่องทุกปี จากปีนี้ที่คาดว่าตจะมีรายได้ 2,250 ล้านบาท แม้ว่าจะมีปัญหา
เรื่องค่าแรง 300 บาท ค่าก่อสร้างที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 5 - 7% และราคาที่ดินที่ปรับขึ้น
ประมาณ 10% แต่บริษัทฯ ก็ชดเชยต้นทุนด้วยการปรับราคาขายบ้านขึ้นประมาณ 3 - 5% แต่ก็
ยังถือว่าต่ำกว่าในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์  ซึ่งน่าจะปรับราคาขายขึ้นประมาณ 3 - 7%
ตอนนี้ราคาวัสดุก่อสร้าง ค่าก่อสร้างขึ้นไปแล้วประมาณ 5 - 7% ราคาที่กินที่เพิ่มขึ้น
ไปประมาณ 10% จึงคาดว่าในปีนี้น่าจะขึ้นประมาณ 3-5% ซึ่งก็ยังน้อยกว่ากลุ่มอสังหาฯ ที่น่าจะ
ขึ้นประมาณ 3-7% ซึ่งเราก็จะพยายามปรับราคาขึ้นให้น้อยที่สุด เพราะไม่อยากให้ผู้บริโภคได้รับ
ผลกระทบ นายไชยยันต์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันธุรกิจอสังหาฯ จะได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนแรงงาน
แต่เรื่องดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบกับรายได้ เนื่องจากบริษัทฯ จะพยายามนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ
มาใช้ในการก่อสร้างบ้านและคอนโดฯ ของบริษัทแทน
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มีการปรับเป้ายอดขายปีนี้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ
2,600 ล้านบาท เป็น 2,650 ล้านบาท หลังเปิดโครงการใหม่เพิ่มขึ้น และยังได้เพิ่มสัดส่วนการ
ก่อสร้างคอนโดฯ มากขึ้นจากเดิม 15% เป็น 20 - 25% ในปีนี้ ตามความต้องการที่อยู่อาศัยใน
แนวสูงที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ปัจจุบันบริษัทฯ มี Backlog อยู่ที่ 950 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ในปีนี้
ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ในปีนี้จะอยู่ระดับ
37 - 39% ซึ่งลดลงจากปีก่อนที่อยู่ระดับ 38-40% เนื่องจากบริษัทฯ มีต้นทุนค่าแรง วัสดุก่อสร้าง
และราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าอัตรากำไรสุทธิ (Net Margin)จะมากกว่าปีก่อนที่
อยู่ระดับ 15% เนื่องจากในปีนี้บริษัทฯ มีการขยายโครงการใหม่มากขึ้น
สำหรับในช่วงครึ่งแรกปีนี้  คาดว่าจะมีการเปิดโครงการใหม่ 4 - 5 โครงการ จากเป้า
หมายทั้งปีที่  8 - 10 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 4 พันล้านบาท โดยมีที่ดินรองรับโครงการเปิด
ใหม่แล้ว 6 โครงการ จากงบลงทุนในการซื้อที่ดินปีนี้ประมาณ 900 - 1,000 ล้านบาท โดยจะ
ขยายโครงการไปต่างจังหวัดในภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเชื่อว่าธุรกิจอสัง
หาฯ จะกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งหลังผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมช่วงปลายปี 2554 และประเมินว่าทิศทาง
และแนวโน้มของธุรกิจอสังหาฯ จะกลับมาแข็งแกร่งได้ในปีนี้
' เรามองถึงการเติบโตในอนาคต เราคิดถึงเรื่องการขยายโครงการไปต่างจังหวัดก่อน
คนอื่นประมาณ 2 ปีได้แล้ว และตอนนี้เราก็รุกไปต่างจังหวัดมากขึ้น เพราะเชื่อว่าเมื่อค่าแรงทั่ว
ประเทศเท่ากันทั้งหมด ประชาชนก็น่าจะกลับไปอยู่บ้านเเกิดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าราคา
ที่ดินในต่างจังหวัดจะถูกกว่าในกรุงเทพฯ แต่ราคาค่าก่อสร้างในต่างจังหวัดค่อนข้างแพงกว่าใน
กรุงเทพฯ' นายไชยยันต์ ระบุ



รายงาน   โดย สิรี  โอศิริ
เรียบเรียง โดย ชัชชญา  อังคุลี
อนุมัติ    โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น