วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

JAS ราคาเป้าหมาย 8.00 บาท

บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
ณ วันที่ 22/02/56
ราคาตลาดที่  6.55     บาท
P/E              23.37      บาท
P/BV          5.44    บาท
มีปันผล        0.09 บาท
- XD 18/03/13
- ปันผล 29/05/13             
ธุรกิจ   เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร


บล.ทรีนีตี้ : JAS ราคาเป้าหมาย 8.00 บาท แนะนำ ซื้อ

พื้นฐานแข็งแกร่ง ศักยภาพเติบโตอยู่ในระดับสูง
            ไตรมาส 4/55 กำไรสุทธิ 572 ล้านบาท โต 169% YoY แต่ลดลง 8.8% QoQ ซึ่ง
หากไม่นับรวมรายการพิเศษจากการด้อยค่าสินทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลให้มีกำไรจาก
การดำเนินงาน 664 ล้านบาท เติบโต 21% QoQ เนื่องจากมีการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีและมี
ภาระดอกเบี้ยลดลง อย่างไรก็ดี คาดบริษัทมีแนวโน้มโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 28% ใน 3 ปีจากนี้ 
จากแรงหนุนหลักของธุรกิจอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้ มูลค่าภายใต้ประมาณการใหม่อยู่ที่ 8 บาท มี 
Upside 29% ประกอบกับคาดเงินปันผลปี 2556 ที่ 2.6% คงคำแนะนำ ซื้อ
             ไตรมาส 4/55 กำไร 572 ล้านบาท +169% YoY, -8.8% QoQ : JAS รายงานกำไร
สุทธิไตรมาส 4/55 ที่ 572 ล้านบาท ต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 541 ล้านบาท เติบโต 169% YoY แต่
ลดลง 8.8% QoQ ซึ่งหากไม่รวมรายการพิเศษ เช่น ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ และขาด
ทุนจากและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จะมีกำไรจากการดำเนินงานที่ 664 ล้านบาท เติบโต 
21% QoQ เป็นผลจากการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ค่อนข้างดี ลดลง 5.7% 
QoQ ประกอบกับมีภาระดอกเบี้ยที่ลดลง 42 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทมีกำไรทั้งปีอยู่ที่ 2,137 ล้าน
บาท เติบโต 99% จากปี 2554 โดยได้แรงหนุนจาก 1) รายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 
24% YoY ตามลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้น 1.85 แสนราย ผลักดันให้มียอดลูกค้ารวมแตะ 1.2 ล้านราย 
เป็นไปตามเป้าที่บริษัทวางไว้ และ 2) อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 54.8% จาก 51.2% ในปี 
2554 ตามการขยายตัวของสัดส่วนรายได้อินเทอร์เน็ตจากที่ปรับเพิ่มจาก 67% เป็น 76% ในปี 
2555 เพราะธุรกิจดังกล่าวมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุด เฉลี่ยที่ 65-70% มากกว่าธุรกิจวางระบบ 
(System Integration) และธุรกิจให้บริการโครงข่าย (Network Provider) ที่มีอัตรากำไรขั้น
ต้นเฉลี่ยที่ 20-25%
            ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตชั้นนำในไทย : ในปี 2556 JAS ได้เน้นการกลยุทธ์การขยาย
โครงข่ายด้วยเทคโนโลยี FTTH ที่มีความเร็วสูงสุดในตลาดปัจจุบันที่ 1 Gpbs ซึ่งจะช่วยเพิ่ม
กลุ่มลูกค้าระดับบนมากขึ้น และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้สามารถคงตำแหน่งผู้ให้บริการอิน
เทอร์เน็ตบรอดแบรนด์ชั้นนำในไทย ทั้งนี้ บริษัทคงงบประมาณการลงทุนเดิมที่เฉลี่ยปีละ 2 พัน
ล้านบาท โดยใช้เงินทุนจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นหลัก
            มีศักยภาพเติบโตที่ดีในอนาคต : เนื่องจากอัตราการใช้อินเทอร์เน็ตต่อครัวเรือนยังอยู่
ในระดับต่ำที่ 20% บวกกับเชื่อว่าจะไม่มีเหตุการณ์ที่ส่งผลลบต่อยอดลูกค้าใหม่เหมือนปีที่ผ่าน
มา เช่น วิกฤตน้ำท่วมช่วงปลายปี 2554 ที่ส่งผลกระทบจนถึง 1H55 และการปรับนโยบายการ
ค้างชำระใหม่ (จาก 6 เดือน เป็น 2 เดือน) ที่ส่งผลกระทบในไตรมาส 3/55ส่งผลให้คาดยอด
ลูกค้าใหม่จะฟื้นตัวจากปี 2555 ที่ 1.85 แสนราย มาอยู่ที่เฉลี่ยปีละ 2.1-2.3 แสนราย ในช่วงปี 
2556-2558 นอกจากนี้ บริษัทมีการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีเกินคาด ดังนั้น เพื่อสะท้อนประเด็นดัง
กล่าว เราจึงขอปรับประมาณกำไรตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นไปเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 14% โดยคาดว่า
กำไรจะเติบโตเฉลี่ยอีกปีละ 28% ในช่วง 3 ปีนับจากนี้
            ราคาเป้าหมายใหม่ 8 บาท แนะนำ ซื้อ : ปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่งตามการเติบโตธุรกิจ 
อินเทอร์เน็ตบรอดแบรนด์ ทั้งนี้ ภายใต้สมมติฐานประมาณการใหม่ ผลักดันให้มูลค่าพื้นฐานอิง
วิธี DCF ขยับขึ้นไปเป็น 8 บาท มี Upside 29% ประกอบกับคาดเงินปันผลในปี 2556 ที่ 0.16 
บาท คิดเป็น Div Yield 2.6% คงคำแนะนำ ซื้อ ทั้งนี้ บริษัทประกาศจ่ายปันผลจากกำไรปี 2555 
ที่ 0.09 บาท คิดเป็น Div Yield 1.5% (ขึ้น XD วันที่ 18 มี.ค.)

เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ 


อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น