วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

HMPRO มูลค่าเหมาะสม (คงเดิม) 12.30 บาท

บล.เกียรตินาคิน : HMPRO แนะนำขาย มูลค่าเหมาะสม (คงเดิม) 12.30 บาท

ราคาหุ้นเต็มมูลค่าเหมาะสม  
 กำไรสุทธิ 2555 ใกล้เคียงคาด
            HMPRO รายงานกำไรสุทธิปี 2555 ที่ 2,679 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.38 บาท 
เพิ่มขึ้น 34% YoY ดีกว่าคาด 2% โดยเป็นกำไรสุทธิ 4Q55 ที่ 857 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 
40% YoY และ QoQ เป็นไตรมาสดีสุดสอดคล้องกับมุมมองที่ให้ไว้ เนื่องจากรายได้ 4Q55 
เพิ่มขึ้น 15% QoQ และ 24%YoY เป็น 9,707 ล้านบาท ประกอบกับรับรู้รายได้ Rebate 
จากคู่ค้าทำให้รายได้อื่นเร่งตัวขึ้น 55% QoQ หนุน Gross margin ดีขึ้นเป็น 26.3% ส่วนค่า
ใช้จ่าย SG&A ต่อยอดขายทรงตัวที่ 22.6% และมี Net margin ดีขึ้นจาก 4Q54 เป็น 8.8%

จ่ายปันผลเป็นเงินสดและหุ้นครั้งที่ 6 เกิด dilution ราว 14%
             HMPRO ประกาศจ่ายปันผลเป็นเงินสดและหุ้นอัตราหุ้นละ 0.1853 บาทต่อหุ้น (yield 
1.2%) แบ่งเป็นเงินสดหุ้นละ 0.0186 บาทต่อหุ้น และหุ้นปันผลอัตรา 6 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นปันผล 
(คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 0.1667 บาทต่อหุ้น) โดยจะเพิ่มทุนจาก 7,053 ล้านบาท เป็น 
8,228 ล้านบาท ด้วยการออกหุ้นเพิ่ม 1,177 ล้านหุ้น ขึ้น XD วันที่ 12 เม.ย.เราประเมินการจ่าย
หุ้นปันผลจะเกิดผลกระทบ Share dilution 14.3% และ Price dilution 14.4% (อิงราคาปิด
วานนี้ 15.60 บาท ราคาหุ้น HMPRO ตามทฤษฎีหลังขึ้น XD จะลดลงเป็น 13.35 บาท)

ติดตามแผนระดมทุนรองรับเป้าหมายการลงทุนเชิงรุกในปีนี้
            ปีนี้ HMPRO มีแผนเปิดสาขาใหม่อย่างน้อย 8 สาขา จะเงินลงทุน 4,000-5,000 ล้าน
บาท นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนขยายการลงทุนในมาเลเซีย และขยายธุรกิจสู่กลุ่มสินค้าวัสดุก่อ
สร้าง ซึ่งจะทำในรูปแบรนด์ใหม่เจาะตลาดต่างจังหวัด ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาทางเลือกใน
การระดมทุนใหม่ เรามองว่ามีความเป็นไปได้ที่ HMPRO อาจตัดสินใจออกกองทุนอสังหาริม
ทรัพย์เป็นอีกทางเลือกในการระดมทุนครั้งนี้ โดยบริษัทจะจัดประชุมนักวิเคราะห์วันที่ 26 ก.พ.นี้ 
จึงต้องติดตามแผนระดมทุนรองรับความต้องการใช้เงินที่สูงขึ้นในระยะยาวอีกครั้ง

 ปรับคำแนะนำเป็น “ขาย”
            เราคาดว่าปีนี้ HMPRO จะมีกำไรสุทธิ 3,263 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากปี 55 อิง
สมมติฐานขยายสาขาใหม่ 8 สาขา มียอดขายสาขาเดิม (SSS growth) เติบโต 6% และ 
Gross margin 26.3% ส่วนประมาณการกำไรสุทธิ 3 ปีข้างหน้า (ปี 2556-2558) คาดว่าจะ
เติบโตเฉลี่ยต่อปี 19% อย่างไรก็ตามราคาปัจจุบันซื้อขาย PE สูงถึง 45 เท่า ขณะที่ PE ปี 56 
ที่ 34 เท่าใกล้เคียง PE ปี 56 เฉลี่ย 35 เท่าของ 7 บริษัทค้าปลีกใน SET 100 มองว่าราคาหุ้น
ที่ Outperform กลุ่มและตลาด 9% และ 12% ทำให้ราคาปัจจุบันมี downside 21% ปรับคำ
แนะนำจาก “ถือ” เป็น “ขาย


เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล 


อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com

ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น