วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

BBL ราคาเป้าหมายที่ 234 บาท

บล.ทรีนีตี้ : BBL แนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” ราคาเป้าหมายที่ 234 บาท 

Meeting: คาด Corp. และ SME ได้รับผลดีจากแนวโน้มศก.และการลงทุน
              คาดสินเชื่อในปี 2556 จะยังคงเติบโตต่อเนื่องในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน ผลักดัน
จากสินเชื่อที่เป็นจุดแข็งของธนาคารฯ เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งจะได้รับผลดีจาก 
CAPEX Cycle และโครงการลงทุนของรัฐบาล และสินเชื่อ SME ซึ่งคาดจะเติบโตสูงจากการ
ขยายตัวของภาคธุรกิจไปยังต่างจังหวัด โดยเราเชื่อว่า BBL มีความพร้อมต่อการเติบโตใน
อนาคตมากที่สุดในกลุ่ม ธ.พ. เนื่องจากมีสภาพคล่องสูง และเงินกองทุนแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม
ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นมาสูงสะท้อนราคาพื้นฐานที่เราให้ไว้ที่ 234 บาทแล้ว จึงแนะนำเพียง “ซื้อ
เมื่ออ่อนตัว”
              คาดในปี 2556 สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และ SME จะเติบโตได้ดี: จากการประชุม
กับผู้บริหารเมื่อวานนี้ (21 ก.พ. 56) ผู้บริหารมีมุมมองเป็นบวกต่อการเติบโตของสินเชื่อในปี 
2556 คาดสินเชื่อรวมจะโต 6%-8% ผลักดันโดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และ SME ที่คาดว่าจะ
โต 6%-8% และ 9%-11% ตามลำดับ เนื่องจาก (1) แนวโน้มของวัฏจักรการลงทุน (CAPEX 
Cycle) ของภาคธุรกิจต่างๆ และการลงทุนใน Mega Project ของรัฐบาล ซึ่งจะมีความชัดเจน
และแน่นอนมากขึ้น หากพ.ร.บ.การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานผ่านการพิจารณาของค.ร.ม.และ
สภาฯ ส่งผลดีต่อแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่เป็นจุดแข็งของ BBL (2) การ
ขยายตัวของสังคมเมือง (Urbanization) ไปสู่ต่างจังหวัดทำให้เศรษฐกิจในต่างจังหวัดมีอัตรา
การเติบโตสูง นอกจากนี้ยังมีหลายจังหวัดในชายแดนที่มีการลงทุนจากธุรกิจต่างๆ เพื่อใช้เป็น
ฐานการส่งสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะทำให้สินเชื่อ SME เติบโตได้ดี โดย BBL มี
ความแข็งแกร่งในสินเชื่อ SME เช่นกัน ปัจจุบันสาขาของ BBL ทั่วประเทศมีจำนวนมากเป็น
อันดับ 2 และประมาณ 70% ของสาขาทั้งหมดอยู่ในต่างจังหวัด โดยมีสัดส่วนตลาดในแต่ละ
จังหวัดค่อนข้างสูงมาก (3) การโยกย้ายฐานการลงทุน และการเปิด AEC จะส่งผลดีต่อการเติบ
โตของสินเชื่อในต่างประเทศ โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเริ่มเห็นธุรกิจในไทยเริ่มไปลงทุนในต่าง
ประเทศมากขึ้น และในปีนี้ผลจากค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททำให้คาดว่าจะเห็นการเคลื่อนย้ายฐาน
การผลิตของธุรกิจในไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีปัจจัยการผลิตที่ถูกกว่า โดย BBL มีความ
พร้อมที่จะรองรับการเติบโตของสินเชื่อในส่วนนี้เช่นกัน ปัจจุบันสาขาในต่างประเทศของ BBL มี
จำนวนมากเป็นอันดับ 1 ครอบคลุม 13 ประเทศ สำหรับสินเชื่อรายย่อยซึ่งยังเป็นจุดอ่อนสำหรับ 
BBL นั้น ในปีนี้ตั้งเป้าจะบุกตลาดมากขึ้นโดยปรับผลิตภัณฑ์และการบริหารให้ตอบสนองความ
ต้องการของลูกค้าให้มากขึ้น
              สภาพคล่องสูง เงินกองทุนแข็งแกร่ง พร้อมต่อการเติบโตของสินเชื่อมากที่สุด: ณ สิ้นปี 
2555 LDR ของ BBL อยู่ที่ระดับ 87.4% ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับธนาคารอื่นที่เฉลี่ยประมาณ 
96% ขณะที่เงินกองทุนขั้นที่ 1 (Tier I Capital) ภายหลังการรวมกำไรสุทธิสูงถึง 12.8% เทียบ
กับธนาคารอื่นที่ประมาณ 10%-11% ทำให้เรามองว่า BBL มีความพร้อมรองรับการเติบโตของ
สินเชื่อมากที่สุด โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักต่อสินทรัพย์เสี่ยงค่อนข้างมาก 
ขณะเดียวกันก็ทำให้ไม่มีความกังวลด้านความต้องการเพิ่มทุน และอาจยังสามารถจ่ายปันผลได้
ในระดับเดิม
               ราคาหุ้นเริ่มสะท้อนมูลค่าพื้นฐาน: ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาราคาหุ้นของ BBL ปรับตัวขึ้น
มาค่อนข้างมาก โดยราคาปัจจุบันเมื่อเทียบกับเป้าหมายที่เราให้ไว้เริ่มมี Upsideค่อนข้างจำกัด
แล้ว จึงปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” โดยยังคงราคาเป้าหมายเดิมที่ 234 บาท อิง PBV 
1.5 เท่า

เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ 


อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น