บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 26/02/56
Today's Selection > INTUCH, SAT, GL
Momentum Buy > JAS
Momentum Sell > CCET
เน้นหุ้นมีข่าวดีรายตัว
* ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา SET Index ปิดที่ระดับ 1,540.13 จุด เพิ่มขึ้น
11.39 จุด (+0.74%) ด้วยวอลุ่มซื้อขายหนาแน่น 75,174.07 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ดัชนีฯ
เคลื่อนไหวในแดนบวกเช่นเดียวกับตลาดภูมิภาค ทั้งนี้มีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่มแบงก์ วัสดุ
ก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ โดยเมื่อวันศุกร์นักลงทุนสถาบันยังซื้อสุทธิต่อ 2,196 ล้านบาท และ
นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิต่อ 2,956 ล้านบาท และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์กลับมาซื้อสุทธิ 645 ล้าน
บาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิ 5,797 ล้านบาท
* เมื่อคืนวันจันทร์ (25 ก.พ.) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบหนักสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย.55 เนื่อง
จากนักลงทุนวิตกกังวลต่อผลการเลือกตั้งที่ยังไม่ชี้ขาดของอิตาลีซึ่งอาจทำให้อิตาลีเผชิญวิกฤติ
ด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง รวมทั้งจะยิ่งทำให้ปัญหาหนี้ยุโรปย่ำแย่ลงด้วย โดย
ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 13,784.17 จุด ร่วงลง 216.40 จุด (-1.55%) ดัชนี S&P500 ปิดที่
1,487.85 จุด ลดลง 27.75 จุด (-1.83%) และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 3,116.25 จุด ลดลง
45.57 จุด (-1.44%)
* สัปดาห์นี้มีเหตุการณ์ที่สำคัญต้องจับตา ดังนี้
ประเด็นบวก
1) การแต่งตั้ง Haruhiko Kuroda เป็น Governer ของธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น
(BOJ) โดย Kuroda เป็นผู้สับสนุนแนวคิดควบคุมอัตราเงินเฟ้อในระดับ 2% และไม่เห็นด้วยกับ
นโยบาย deflation ซึ่งเรามีมุมมองว่า Yen carried trade จะดำเนินต่อไป โดยมีเป้าหมายที่
100 เยน/US$ ก่อนสิ้นปีนี้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นไทย
2) Bernanke จะมีการส่งมองนโยบายทางการเงินประจำทุกครึ่งปีในวันอังคารและพุธ
นี้ โดยจะเดินหน้าสนับสนุนการเข้าซื้อหุ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรามีมุมมองว่าเป็นไปได้ที่ Fed จะลด
ขนาดเม็ดเงินในการเข้าซื้อสินทรัพย์ลงจาก 8.5 หมื่นล้านเหรียญฯ ต่อเดือน เหลือเพียงราว 5-6
หมื่นล้านเหรียญฯ ต่อเดือน
3) ตัวเลข Consumer Confidence ของสหรัฐฯ ประจำเดือน ก.พ. ที่จะประกาศในวัน
ที่ 26 ก.พ. นี้ ซึ่งคาดว่าจะสูงถึง 60-62 เพิ่มขึ้นจาก 58.6 ในเดือนที่ผ่านมา
ประเด็นที่ไม่แน่นอน : การเลือกตั้งในอิตาลีที่จะรู้ผลช่วงบ่ายของอังคารนี้ ถ้าหากพรรค
pro-European (Monti and Bersani) ได้ถูกเลือกเข้าดำรงตำแหน่งในทั้ง ส.ว. และ สภาล่าง
คาดว่าตลาดหุ้นจะยัง rally ต่อ ขณะที่หากพรรค Beppe Grillo และ Berlusconi ได้ จะส่งผลลบ
ต่อตลาด
ประเด็นที่ลบที่สำคัญ : การทำ net long ในค่าเงิน US$ ของ Hedge Fund ที่แข็ง
กร้าวมากขึ้น ซึ่งมีสถานะ Net long ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สี่ จะเป็นปัจจัยความเสี่ยงกดดันต่อ
ตลาดได้ ในขณะที่การประกาศผลประกอบการที่อ่อนตัวของ PTT จะเป็นปัจจัยลบเล็กน้อยต่อ
กลุ่ม นลท ต่างชาติ นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติ ยังทำ net short ใน TFEX จำนวน 2,650
สัญญา เราเชื่อว่าการทำ net short ครั้งใหม่ดังกล่าวหมายถึงการคาดการณ์ว่าตลาดหุ้นจะปรับ
ตัวลงในเดือน มี.ค.ทั้งนี้ เราจะสรุปเหตุการณ์ความไม่แน่นอนของเดือน มี.ค. ให้เห็นใน Big
Picture รายเดือนประจำเดือน มี.ค.
* แนะนำหุ้นบนข่าวดีรายตัว ได้แก่ SAT, ERW, LH, MAJOR, INTUCH, AMATA,
TICON
แนะนำกลุ่มหุ้น ได้แก่ กลุ่มหลักทรัพย์
แนะนำซื้อลงทุน ในทองคำ เพื่อ hedging เหตุการณ์ลบต่างๆ
* วันนี้เราออกบทวิเคราะห์ GL (ซื้อ : เป้าหมาย 106 บาท) กำไรเติบโตตามคาด ตั้งเป้า
กลางปีนี้รุกต่างประเทศเต็มตัว PTT (ซื้อ : เป้าหมาย 409 บาท) กำไร 4Q55 อ่อนตัวตามคาด...
ปี 56 ยังสดใสจากปิโตรเคมี IVL (ซื้อ : เป้าหมาย 32 บาท) กำไร 4Q55 อ่อนตัวหลัง PTA ยัง
อ่อนแอ๊ปี 56 Turnaround ตามอุปสงค์จีน BCH (ซื้อเมื่ออ่อนตัว : เป้าหมาย 13.10 บาท) กำไร
โตตามคาด พร้อมประกาศจ่ายหุ้นปันผลสัดส่วน 4 : 1
แนวรับ 1,524 แนวต้าน 1,544
ข่าว การลงทุนใน หุ้น จาก www.efinancethai.com (กด CTRL+F ค้นหาชื่อหุ้น) Click วันละครั้ง เพื่อสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้กับผู้ทำ Blog และขอขอบคุณสำหรับทุก Click ที่สนับสนุนค่ะ
วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 26/02/56
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น