วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

บล.ฟินันเซียไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 22/02/56

 บล.ฟินันเซียไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 22/02/56 

หลังจากแบ่งส่วนทำกำไรไปแล้ว ช่วงนี้ตลาดปรับลงก็รอดูจังหวะทยอยซื้อ!!
 กลยุทธ์ : คาดว่า SET ยังมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน และอ่อนตัวลงต่อเนื่องได้ 
ดังนั้นหลังจากแนะนำแบ่งส่วนขายทำกำไรตามรอบในช่วงตลาดดีดกลับขึ้นไปแล้ว ช่วงถัดจากนี้
ถ้าจะเข้าซื้อเพื่อเทรดดิ้งใหม่ ก็ต้องรอดูให้ SET เริ่มแกว่งทรงตัวได้ก่อนจึงจะปลอดภัยกว่า โดย
ยังเน้นเป็นการเลือกหุ้นซื้อเพื่อเทรดดิ้งตามรอบต่อไปก่อน 
 หุ้นเด่นทางเทคนิค  TKT , HOTPOT , CENTEL(SBL)
 แนวโน้ม ตลาดหุ้นฝั่งตะวันตกยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังการเปิดเผย
รายงานการประชุมเฟดวันก่อน รวมทั้งกิจกรรมทางธุรกิจของยุโรปก็ชะลอตัวลงเกินคาดในเดือน 
ก.พ. นอกจากนี้จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐยังเพิ่มขึ้นมากเกินคาดอีก ขณะที่ดัชนี
ภาวะธุรกิจเขตมิดแอตแลนติกลดลงในเดือน ก.พ. สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือนด้วย ทำให้เกิด
ความไม่แน่ใจเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐ และการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจโลก แม้ว่า
ตลาดหุ้นในเอเชียเช้านี้จะไม่ได้ปรับตัวลงรุนแรงตาม แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในช่วงแกว่งตัวแคบๆ ไร้ทิศ
ทางอยู่ ซึ่งส่วนหนึ่งนักลงทุนยังรอดูผลการเลือกตั้งของอิตาลีในช่วงสุดสัปดาห์นี้อีกครั้ง และยังต้อง
ติดตามการเจรจาเพื่อหาทางระงับการปรับลดงบประมาณอัตโนมัติของสหรัฐที่จะมีผลในวันที่ 1 
มี.ค.นี้ด้วย ประกอบกับสุดสัปดาห์นี้ SET จะติดช่วงวันหยุด ทำให้ FSS คาดว่า SET จะยังอยู่ใน
ลักษณะแกว่งผันผวน แต่เน้นหนักทางด้านอ่อนตัวลงต่อเนื่องจากวานนี้ได้ 
 แนวรับ  1527-1525 , 1520-1518 จุด   แนวต้าน 1532-1535 , 1538-
1540 จุด
 Fund Flow วานนี้ยังไหลเข้าตลาดหุ้นภูมิภาคต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน ยก
เว้นตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ แม้จตลาดจะกังวลว่า Fed จะชะลอหรือยุติการซื้อพันธบัตร อย่างไรก็ตาม
เราเชื่อว่าเฟดจะยังไม่มีแผนชะลอการซื้อพันธบัตรเพราะเศรษฐกิจยังอ่อนแอและการสิ้นสุดของ 
QE เกิดขึ้นก็ต่อเมื่ออัตราการว่างงานอยู่ที่ระดับ 5.4% จากปัจจุบันที่ 7.9% ดังนั้นแนวโน้ม 
Fund Flow จะยังไหลเข้าแต่ปริมาณอาจจะเบาบางจากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า

ข่าว/หุ้นเด่นมีประเด็น
 • (0) ติดตามการเลือกตั้งอิตาลี 24-25 ก.พ. นี้ หากผู้ชนะไม่ใช่นายมอนติ นายกฯคน
ก่อน อาจส่งผลต่อมาตรการรัดเข็มขัดและการปฎิรูปเศรษฐกิจที่ได้ตกลงกับ EU ไว้
 • (+) GFPT กำไร 4Q12 ฟื้นดีกว่าคาด เป็น 95 ล้านบาท ชดเชยผลขาดทุนตลอด 3 
ไตรมาสแรกได้หมด ปัจจุบันราคาไก่เฉลี่ย 1QTD อยู่ที่ 40 บาท/กก. (+9% Q-Q) เราคาดราคา
เฉลี่ยปีนี้ 42 บาท/กก. +20% Y-Y ทำให้คาดกำไรปีนี้เพิ่ม 2,183% เป็น 936 ล้านบาท และ
กลับเข้าสู่ระดับปกติที่ 1,145 ล้านบาทปีหน้า ยังคงราคาเป้าหมาย 9 บาท ราคาหุ้นสะท้อนกำไรที่
ต่ำสุดในปีก่อนไปแล้ว เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อ จากเดิมถือ  
 • (+) MINT กำไรดีกว่าคาด โดยเพิ่ม 102% Q-Q, +151% Y-Y เป็น 1,184 ล้าน
บาทใน 4Q12 จากรายได้อื่นสูงกว่าคาดและภาษีต่ำกว่าคาด ทำให้กำไรปี 2012 เป็น new 
high ที่ 3,409 ล้านบาท +18% Y-Y เราปรับกำไรปีนี้ขึ้นอีก 6% เป็น 3,784 ล้านบาท โต 
11% ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 30 บาท จากเดิม 25 บาท แนะนำซื้อ
 • (+) MODERN กำไรดีกว่าคาดมาก เพิ่มขึ้นถึง 31% Q-Q, 53% Y-Y เป็น 138 
ล้านบาทใน 4Q12 ทำให้กำไรปกติทั้งปี 2012 โตถึง 33% จากทั้งรายได้ที่เพิ่มและลดต้นทุน
และค่าใช้จ่ายได้ดี ขณะเดียวกันก็รับรู้เงินปันผลและกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของ TPAC (ถือ 
48%) เราปรับกำไรปีนี้ขึ้น 11% เป็น 446 ล้านบาท (+9% Y-Y) ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 
10 บาทจาก 8 บาท แนะนำซื้อ บริษัทแจ้งจ่ายปันผล 0.50 บาท/หุ้น yield 5.8%
 • (+) TTA เราปรับราคาเป้าหมายเป็น 19 บาทจาก 20 บาทจากผลกระทบของการ
เพิ่มทุน (5:2 @14 บาท XR ไปแล้วเมื่อ 5 ก.พ.) เรามองการเพิ่มทุนเป็นบวกเพราะบริษัท
สามารถนำเงินไปซื้อเรือที่ปัจจุบันมีราคาถูกเพื่อเพิ่มโอกาสการทำกำไรในอนาคตเมื่อธุรกิจเรือ
เทกองฟื้นตัว เราคาด TTA จะยังขาดทุนใน 2Q13 (ม.ค.-มี.ค.2013) ก่อนจะกำไรในครึ่งปีหลัง 
(เม.ย.-ก.ย.2013) ทำให้คาดว่าทั้งปี 2013 (สิ้นสุด ก.ย.2013) จะมีกำไรเพียง 157 ล้านบาท 
และโต 210% ในปี 2014 (สิ้นสุด ก.ย. 2014) แนะนำซื้อ
 • (0) GLOBAL กำไรต่ำกว่าคาด 12% โดยเพิ่มเพียง 10% Q-Q, 17% Y-Y ใน 
4Q12 จากรายได้ที่น้อยกว่าคาดและค่าใช้จ่ายสูงขึ้น บริษัทจ่ายปันผลเป็นหุ้น 6:1 และเงินสด 
0.0185 บาท GLOBAL มี PE แพงสุดคือ 68 เท่า เรายังคงเป้าหมาย 19.40 บาท
 • XD วันนี้: BKKCP (0.15 บาท), CTARAF (0.279 บาท), FUTUREPF (0.10 
บาท), GOLDPF (0.1625 บาท), MIPF (0.45 บาท), MJLF (0.245 บาท), QHOP (0.20 
บาท), SPF (0.28 บาท), TIF1 (0.11 บาท), TU-PF (0.063 บาท)  26 ก.พ.: DELTA 
(2.40 บาท)  
 ตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมาลดลงอีก 46.92 จุด เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยตัวเลข
เศรษฐกิจของยูโรโซนสร้างความกังวลให้นักลงทุนอีกครั้ง รวมถึงยังมีแรงกดดันต่อเนื่องจากข่าว
ที่ FED จะหยุดมาตรการซื้อพันธบัตร
 ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อคืนที่ผ่านมาร่วงลงแรงหลังประกาศตัวเลข PMI ภาคการผลิตออก
มาแย่กว่าคาด ส่งผลต่อความเชื่อในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
 ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดในแดนลบอีก 1 วัน หลังบรรยากาศการลงทุนเป็นลบมากขึ้น
โดยกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
 ค่าเงินบาทแกว่งแข็งค่าเล็กน้อย คาดวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 29.75-29.88 บาท/
ดอลลาร์สหรัฐ
 น้ำมันดิบในตลาด NYMEX ส่งมอบเดือน มี.ค. ร่วงแรง 2.38 ดอลลาร์มาปิดตลาดที่ 
92.84 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังสต๊อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเกินคาด รวมถึงตัวเลขด้านแรงงานที่อ่อนแอ
 ทองคำในตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. เพิ่มขึ้น 0.60 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 
1578.60 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังร่วงลงติดต่อกัน 6 วันทำการ

เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์ 


อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น