วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

บล.เกียรตินาคิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 22/02/56

บล.เกียรตินาคิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน  22/02/56

HIGHLIGHT Panic Sell ลงมาในกรอบ 1,525-1,500 จุด เป็นโอกาสเข้าเก็งกำไร
เล่น Rebound กลับ

SET View
                 ประเด็นหลักวันนี้ แม้ว่า SET ในวันนี้จะมีแนวโน้มที่จะได้รับแรงกดดันในระยะสั้น
จากความกังวลว่าเฟดจะยุติโครงการเข้าซื้อพันธบัตรพันธบัตรเร็วว่าที่ตลาดคาดไว้ก่อนหน้านี้ 
และกระแสข่าวว่ารัฐบาลจีนจะออกมาตรการเพิ่มเติมมาชะลอภาคอสังหาริมทรัพย์ อย่างไร
ก็ดีเราประเมินว่าตลาดอาจตอบสนองในด้านลบจากปัจจัยดังกล่าวมากไป และการถอยตัวลงมา
ของ SET ในกรอบ 1,525-1,500 จุดเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ เพื่อไปขายเหนือ 1,550 จุดอีก
ครั้ง เนื่องจากล่าสุดการที่ดัชนี CPI ของสหรัฐในเดือน ม.ค.56 เพิ่มขึ้น 1.6% YoY ลดลงจาก 
1.7% YoY ในเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้เฟดมีความคล่องตัวมากขึ้นที่จะดำเนินโครงการซื้อ
พันธบัตรต่อไป รวมทั้งการที่ในสัปดาห์นี้ธนาคารกลางจีน (PBOC) ยังคงอัดฉีดสภาพคล่องเข้า
มาในระบบการเงินอีก 9.1 แสนล้านหยวน ซึ่งสูงที่สุดตั้งแต่ Bloomberg ได้เริ่มรวบรวมในปี 
2551 สวนทางกับกระแสข่าวว่ารัฐบาลจีนต้องการเบรกเศรษฐกิจชัดเจน ขณะที่ผลกระทบจาก
การซื้อขาย Big Lot ของหุ้น CPALL ที่ราคา Discount ราว 47 บาทจะกระทบ SET วันนี้
เพียง 2.8 จุดเท่านั้น
              อย่างไรก็ดีการที่ตลาดยังคงรอความชัดเจนเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งอิตาลีในวันที่ 24-
25 ก.พ.2556 และการที่ล่าสุดดัชนี VIX Index ปรับตัวขึ้นมาถึง 23.6% ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา 
ทำให้แนวโน้มของตลาดหุ้นสหรัฐจะยังคงผันผวนในระยะสั้น (1 สัปดาห์) ซึ่งจะกดดันทิศทางของ
ตลาดหุ้นไทยด้วย โดยเฉพาะหลังจากที่ล่าสุดผลสำรวจล่าสุด (AAII) ในสัปดาห์นี้พบว่าแม้สัดส่วน
นักลงทุนที่มองว่าตลาดหุ้นสหรัฐยังคงเป็นขาขึ้นจะลดลงเพียง 0.5% WoW สู่ระดับ 41.8% แต่
สัดส่วนนักลงทุนที่มองว่าตลาดหุ้นสหรัฐกำลังกลับสู่แนวโน้มขาลงเพิ่มขึ้นถึง 3.8% YoY มาอยู่
ที่ 32.5% สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 30.5% แล้ว ดังนั้นเรามองการอ่อนตัวซื้อเหมาะสมที่สุด
              กลยุทธ์การลงทุน การลงทุนระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังปิดไม่ต่ำกว่า 
1,500 (+/-5) จุด แนะนำ “อ่อนตัวซื้อ” โดยมีเป้าหมายก่อนจบ มี.ค.2556 ราว 1,600 จุด ในหุ้น 
KBANK, SCB, INTUCH, ADVANC, SCC, STANLY, AMATA, QH, SPALI, RML, 
STEC และ MSC

Stock Picks
             STEC (+) บริษัทคาดหมายโอกาสรับงานในปี 2556 ไว้สูงถึง 1 แสนล้านบาท (คาดว่า
จะได้จริง 5-6 หมื่นล้านบาท) มาจากงานภาครัฐ เช่นโครงการอาคารรัฐสภา, รถไฟฟ้าสายสีเขียว
เข้ม และชมพู, รถไฟรางคู่ และมอเตอร์เวย์ รวมถึงงานภาคเอกชน เช่นงานโรงไฟฟ้า SPP และ
งาน Pluto Assembly ขณะที่ในเชิงผลการดำเนินงานเราประเมินว่าบริษัทจะมีอัตราการเติบโต
ของกำไรสุทธิเฉลี่ย (CAGR) 5 ปี (ปี 2553 – 2557) แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 34.80
บาท
              SVI (+) รายงานกำไรสุทธิในปี 2555 ออกมาที่ 1,246 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน
สุทธิ 1,275 ล้านบาทในปี 2554 ส่งผลให้งบดุลกลับมาแสดงยอดกำไรสะสมที่ 327 ล้านบาท 
จากขาดทุนสะสม 900 ล้านบาทในปี 2554 ขณะที่แนวโน้มในปี 2556 เราคาดว่า SVI จะมี
กำไรปกติ (ไม่รวมเงินประกัน) 659 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71% YoY ส่งผลให้มีความเป็นได้ที่เรา
จะปรับประมาณการทั้งกำไรและราคาเหมาะสมขึ้นอีกครั้งในสัปดาห์หน้า ในเชิงกลยุทธ์ SVI 
เป็นหุ้นอีกหนึ่งตัวที่มีโอกาสจ่ายเงินปันผลปี 2555 ทั้งในรูปของเงินสด และหุ้นปันผล แนะนำ “ซื้อ
เก็งกำไร” โดยมีแนวรับ และจุด Cut Loss ที่ 4.04 บาท แนวต้าน 4.40 บาท

Technical Plays
               ดัชนีหุ้นเมื่อวันก่อนปิดลบต่ำกว่าระดับ 1535 จุด เป็นรูปแบบราคาทางอ่อนตัวลง คาด
ว่าจะแกว่งตัวต่อในกรอบ 1535-1520 จุด ในแง่ของกลยุทธ์ทางเทคนิค ถ้าดัชนีต่ำกว่า 1530 
จุด เป็นสัญญาณขาลงระยะสั้น น่าขายหุ้นกลุ่มหลัก กรณียืนเหนือ 1530 จุด จึงน่าถือหุ้น แต่
โอกาสทางขาลงมีมากกว่า ด้านแนวรับแรกอยู่ที่ 1515 จุด



เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล 


อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น